<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><!-- generator="WordPress/2.7.1" -->
<rss version="0.92">
<channel>
	<title>Yopi Beauty Magazine</title>
	<link>http://beauty.yopi.co.th</link>
	<description>เพลิดเพลินกับ ความงาม ตามประสา Yopi</description>
	<lastBuildDate>Fri, 03 Feb 2012 09:30:17 +0000</lastBuildDate>
	<docs>http://backend.userland.com/rss092</docs>
	<language>en</language>
	
	<item>
		<title>สียาทาเล็บเงางามที่น่าลอง</title>
		<description><![CDATA[ตอนนี้มีเทรนด์เก๋ๆที่กำลังฮิตสำหรับสาวๆ และยังมีความสำคัญอย่างมากต่อความสวยงามนั่นก็คือการทำเล็บไม่ว่าจะตกแต่ง ทาสีพื้น เพ้นท์ลาย สารพัดจะสวยบนเล็บของคุณ ซึ่งสีเล็บที่สวยและเงางามมีผลต่อการแต่งตัวของคุณแน่นอน มันทำให้คุณเป็นสาวหวาน หรือสาวเซ็กซี่ได้ แต่จะทาเล็บหรือหาสียาทาเล็บที่ถูกใจทั้งทีก็ต้องดูที่มีคุณภาพซักหน่อยนะคะ จะได้สวยไม่เสียสุขภาพเล็บงามๆด้วย มาดูกันดีกว่าว่าหากคุณเป็นสาวๆที่ชื่นชอบการตกแต่งเล็บด้วยสีสันแจ่มๆของยาทาเล็บแล้วละก็ เคที่มียาทาเล็บคุณภาพดีสีเจ็บๆมาฝากกันค่ะ รับรองว่าสียาทาเล็บจะทำให้เรียวนิ้วของคุณสาวๆดูเริ่ดน่ามองจนเพื่อนๆอิจฉา ที่สำคัญรับรองความเล็บเงางามของยาทาเล็บที่มีมาตรฐานไม่ไก่กาเหมือนตลาดนัด ไม่เหลือง ไม่ลบเลือนง่ายด้วยค่ะ
 
 

 

1. Pop Nail Glam Brights Nail Polish in ‘Orange’
สียาทาเล็บสีส้มเป็นสีที่กำลังมาแรงมาในฤดูกาลนี้  สีส้มสดใสนี้อาจไม่ได้เป็นที่ชื่นชอบของใครหลายๆ คน แต่เชื่อเถอะว่ามันน่าลองมาก  เนื้อของ Pop ดีมาก ทาง่าย แถมยังบังคับไม่ให้เปื้อนเล็บส่วนอื่นๆง่ายๆอีกด้วย
 

2. Nails Inc Nail Polish in ‘Hyde Park Gate’
สียาทาเล็บเขียวมะนาวนี้ดูธรรมดามาก แต่มันมาจากแรงบันดาลใจของ Christopher Kane ที่ทำให้เกิดแฟชั่นสียาทาเล็บสีนี้ขึ้นมา  Nail Inc มีสูตรที่ทำให้ติดทนนาน ทาแล้วเงางาม และช่วยให้คุณดูสวยกับทุกชุดได้เลย
 

 
3. Illamasqua Nail Varnish in ‘Poke’
สียาทาเล็บสีม่วงสดใสเป็นสียาทาเล็บสีหนึ่งที่ทำให้รูปลักษณ์คุณดูโดดเด่นขึ้นมาได้เลยทีเดียว และที่น่าประหลาดใจมันสามารถเข้ากับทุกชุดของคุณ ยาทาเล็บขวดนี้มีส่วนผสมกับผิวกากเพชร ช่วยสร้างความระยิบระยับได้ด้วยค่ะ
 
4. Milani Neon Nail Lacquer in ‘Pink Hottie’
สียาทาเล็บสีสว่างๆ แบบนี้เหมาะมากกับผู้ที่ชื่นชอบการไปงานเลี้ยง เพราะมันจะดูโดดเด่นมากกับสีชมพูสดใส  สามารถเข้ากับเสื้อได้ทุกแบบ แต่เพื่อให้ดูโดดเด่นคุณลองทาสีขาวเป็นพื้นก่อน มันจะทำให้สีชมพูยิ่งโดดเด่นมากค่ะ
 

 
5. China Glaze Neon Nail Lacquer in ‘Orange Knockout’
สียาทาเล็บส้มนีออนเงางามเปล่งประกายเป็นสีที่ไม่เคยเอ้าท์ค่ะ ที่สำคัญสีส้มแสนสวยในสไตล์ของ China Glass จะอยู่บนเล็บอย่างคงทนยาวนานแน่นอนค่ะ
 

 
6.OPI Brights Nail Polishes in ‘Needs Sunglasses’
O.P.I ขวดนี้อาจดูมีราคาแพงมาก แต่เชื่อเถอะว่ามันจะกลายเป็นสียาทาเล็บสีโปรดของคุณในทันที เพราะสีเหลืองสดใสนี้ช่วยทำให้คุณมีผิวเปล่งปลั่ง ...<hr /><small>Copyright &#169; 2010<br /> 
สงวนลิขสิทธิ์ เนื้อหา รูปภาพ และส่วนประกอบใดๆ ที่ปรากฎในเว็บไซต์นี้ เป็นผลงานอันเป็นลิขสิทธิ์ของผู้จัดทำ หากผู้ใดลอกเลียน ปลอมแปลง ทำซ้ำ ดัดแปลง เผยแพร่ต่อสาธารณชน จำหน่าย มีไว้ให้เช่าหรือ กระทำการใดๆ อันเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเด็ดขาด <br />The use of this feed on other websites breaches copyright. If this content is not in your news reader, it makes the page you are viewing an infringement of the copyright. (Digital Fingerprint: d68df096b5b818e8d91bc0e73f1c4672 (38.107.179.234) )</small>]]></description>
		<link>http://beauty.yopi.co.th/%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%9a.html</link>
			</item>
	<item>
		<title>7 เคล็ดลับถ่ายรูปให้ดูดี</title>
		<description><![CDATA[วิธีถ่ายรูปให้ดูดีเป็นคำถามยอดฮิตสำหรับทั้งหญิงและชายเมื่อความนิยมเจ้า social network เริ่มแพร่กระจายสูงขึ้น แล้วคุณเคยสงสัยและหาวิธีถ่ายรูปให้ดูดีไหม หลายคนมีท่าแอ๊บถ่ายรูปให้ดูดีประจำตัวแล้ว แต่ถ้าทำมุมเดิมๆบ่อยๆก็จะดูซ้ำ ไม่น่าสนใจ บางคนมีคล็ดลับที่เพิ่มความหลากหลายแต่ไม่ยอมเปิดเผยใคร  เพราะจะได้เป็นเอกลักษณ์ อย่ากังวลไปเลยค่ะเพราะวันนี้เคที่จะนำเคล็ดลับที่ไม่ลับอีกต่อไปในการถ่ายรูปให้ดูดีมาแนะนำกัน  เริ่มจากลองถ่ายตัวเองเล่นๆก่อนจะได้รู้มุมแล้วพอไปออกสื่อที่ไหนก็เริ่มแอ๊คให้ตัวเองดูโดดเด่นและดูดีขึ้นได้ไม่ยากค่ะ
 
 

1. ถ่ายรูปให้ดูดี ต้องเก็บคาง
ไม่มีใครดูดีเมื่อต้องเห็นคางสองชั้น หรือคางย้อนๆเป็นแน่ คุณสามารถถ่ายรูปให้ดูดีโดยให้กล้องอยู่สูงกว่าระดับสายตา หรือให้กล้องไปอยู่ในมุมสูงกว่า มันเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยคุณได้ ให้คนถ่ายลองไปอยู่บนเก้าอี้แล้วถ่ายลงมาดูซิ แต่อย่าสูงเกินจนตาเหล่นะคะ จะดูตลกมากกว่าสวย
2. ถ่ายรูปให้ดูดี ควรเลือกมุมให้ดูผอม
ที่จริงแล้วท่าทางการยืนของคุณก็เป็นอีกเคล็ดลับหนึ่งที่เป็นวิธีถ่ายรูปให้ดูดี โดยคุณหันตัวของคุณไปมุม 45 องศาจากกล้อง แล้วค่อยถ่าย มันเป็นอะไรที่คลาสสิคมากเชียวล่ะ
3. ถ่ายรูปให้ดูดี อย่าให้หน้ามันเด็ดขาด
คุณไม่ต้องการแสงแฟลชแน่ๆ เพราะโดยทั่วไปแล้ว หน้าของเราจะมันในระหว่างวันและยิ่งถ้าเป็นวันที่อากาศร้อนแล้วก็ ยิ่งไปกันใหญ่  แสงแฟลชจะสะท้อนทำให้คุณดูแย่มากเลยทีเดียว ให้เวลาสักนิดก่อนถ่ายภาพ โบ๊ะแป้งที่ใบหน้าและลำคอสักหน่อย รับรองว่าสวยเริ่ด
4. ถ่ายรูปให้ดูดี ออกมาจากเงามืดซะ
การจะถ่ายรูปให้ดูดีจำไว้ว่าอย่ายืนบังเงาแสงอาทิตย์หรือประมาณว่าย้อนแสง เพราะมันจะทำให้หน้าคุณดำ หมองคล้ำ เห็นเงาน่าเกลียดต่างๆมากมายเลย ลองหันหน้าสู้แสงไฟ สู้แสงแดดบ้าง รับรองว่ารูปคุณจะออกมาสวยงามเปล่งประกายเลย
5. ถ่ายรูปให้ดูดี มีรอยยิ้มแบบไม่แอ๊บ
มันอาจดูโง่ที่ต้องมานั่งสอนวิธียิ้มเพื่อการถ่ายรูปให้ดูดี แต่เราทุกคนย่อมต้องการรอยยิ้มที่ดูเป็นธรรมชาติอยู่บนใบหน้าของคุณเอง  คุณลองไปยืนอยู่ที่หน้ากระจกและฝึกยิ้มไปเรื่อยๆ แล้วคุณจะเจอรอยยิ้มที่เหมาะกับใบหน้าของคุณเอง เมื่อนั้นคุณก็จะประสบความสำเร็จสามารถถ่ายรูปให้ดูดีได้
6. ถ่ายรูปให้ดูดี เสื้อผ้าและเครื่องประดับไม่ต้องเยอะ แต่สีแรงๆ
การแต่งกายก็อาจเป็นส่วนหนึ่งที่จะบอกว่าคุณถ่ายรูปให้ดูดีได้หรือไม่ พยายามเลือกเสื้อผ้าให้เหมาะสมและสีเด่นๆแจ่มๆ ที่สำคัญไม่ควรมีเครื่องประดับมากมายจนเกินไปหรือไม่มีเลยได้ยิ่งดี เพื่อดึงดูดเมื่ออยู่บนกล้อง เท่านี้ คุณก็จะถ่ายรูปให้ดูดีได้เมื่ออยู่หน้ากล้อง
7. ถ่ายรูปให้ดูดี ควรแต่งหน้าเนียนๆ ไม่ต้องจัดเต็มจนเว่อร์
การแต่งหน้าเป็นสิ่งที่สำคัญมากเมื่อคุณต้องการถ่ายรูปให้ดูดี คุณต้องไม่แต่งหนักเกินไป หรืออ่อนจนเกินไป การแต่งหน้าตามธรรมชาติ หรือปล่อยให้ใบหน้าของคุณเป็นแบบธรรมชาติ นั้นแหละเป็นคุณสมบัติที่ดีที่สุดทีเดียว
 
ทีนี้คุณก็รู้เคล็ดลับถ่ายรูปให้ดูดีง่ายๆ ไม่กี่ข้อที่จะทำให้คุณดูดีได้ในภาพถ่าย หากคุณมีวิธีอื่นๆ ที่ช่วยสร้างประโยชน์ได้ ลองมาแบ่งปันการถ่ายรูปให้ดูดีกับเพื่อนๆบ้างนะคะ
 
 
&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8211;
<hr /><small>Copyright &#169; 2010<br /> 
สงวนลิขสิทธิ์ เนื้อหา รูปภาพ และส่วนประกอบใดๆ ที่ปรากฎในเว็บไซต์นี้ เป็นผลงานอันเป็นลิขสิทธิ์ของผู้จัดทำ หากผู้ใดลอกเลียน ปลอมแปลง ทำซ้ำ ดัดแปลง เผยแพร่ต่อสาธารณชน จำหน่าย มีไว้ให้เช่าหรือ กระทำการใดๆ อันเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเด็ดขาด <br />The use of this feed on other websites breaches copyright. If this content is not in your news reader, it makes the page you are viewing an infringement of the copyright. (Digital Fingerprint: d68df096b5b818e8d91bc0e73f1c4672 (38.107.179.234) )</small>]]></description>
		<link>http://beauty.yopi.co.th/%e0%b8%96%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b8%94%e0%b8%b5.html</link>
			</item>
	<item>
		<title>รองเท้ากับราศี&#8230;คู่ไหนดีที่โฉลก</title>
		<description><![CDATA[ช่วงต้นปีนี้ฮิตกันเหลือเกินสำหรับเรื่องคำทำนายต่างๆ หมอนั่นหมอนี่ เทพธิดาพยากรณ์ กับอีกสารพัดเซียน แต่ฟังมายังไงก็ขอให้ใช้สติไปด้วยจะได้นำไปดำเนินชีวิตอย่างไม่ประมาทกันนะคะ  มาม้ะวันนี้เคที่ก็มีเคล็ดลับการเลือกรองเท้ากับราศีสำหรับสาว 12 ราศี จาก ชาร์ลส แอนด์ คีธ มาฝาก โดยขออนุญาตลอกบทความมาจากหนังสือ M2F หนังสือพิมพ์แจกฟรีมีประโยชน์ เราไปดูกันดีกว่าว่ารองเท้ากับราศีที่เหมาะสมกับคุณสาวๆเป็นอย่างไร
 
 


 
ราศีมังกร 
เป็นคนพูดน้อย มีบุคลิกคล่องแคล่วว่องไว รองเท้ากับราศีของคุณ ควรเป็นรองเท้าที่ใส่สบายมีความคล่องตัว เช่น รองเท้าแบบราบหรือส้นไม่สูงมากนัก จะเป็นหัวแหลมหรือรูปแบบคล้ายรองเท้าบัลเลต์ก็ได้
 
ราศีกุมภ์ 
เป็นคนเชื่อมั่นในตัวเองสูง ช่างเจรจา รองเท้ากับราศีคุณคือรองเท้าแฟชั่น สีรองเท้าที่เหมาะสมคือ สีแดงสดๆ หรือสีเมทัลลิกที่ประดับด้วยคริสตัล
 
ราศีมีน  
แม้จะดูเป็นสาวขี้อาย แต่ถ้าเรื่องการแต่งตัว เธอจัดเต็มไม่เป็นสองรองใคร รองเท้ากับราศีขอแนะนำให้เลือกรองเท้าที่มีสายรัดส้นหรือแค่สวม แต่ต้องทำจากผ้าซาตินสีหวานๆ เช่น ชมพูอ่อน เขียวอ่อน สีน้ำตาล หรือเอิร์ธโทน
 
ราศีเมษ  
เป็นคนมีความมั่นใจในตัวเองสูง รองเท้ากับราศีเมษต้องเป็นรองเท้าที่ช่วยให้สาวราศีเมษดีดีตลอดกาล ต้องเป็นรองเท้าส้นเล็กแหลมเปี๊ยบ สูงพอประมาณเท่านั้นที่กระชากความเป็นหญิงของคุณออกมาได้อย่างเต็มสตีม
 
ราศีพฤษภ 
เป็นสาวไฮเปอร์ รองเท้ากับราศีนี้ ควรเป็นรองเท้าคู่กายต้องเน้นแบบพร้อมลุยทุกสถานการณ์ จะเป็นแบบบู๊ตเก๋ๆ หรือรองเท้าคัตชูหัวมนก็เหมาะมากๆ
 
ราศีเมถุน 
เป็นสาวทันสมัย เซ็กซี่ และสมาร์ต รองเท้ากับราศีเมถุน น่าจะเป็นรองเท้าหัวแหลม ส้นสูง ซึ่งจะเพิ่มความมั่นใจให้ได้อีกโข
 
ราศีกรกฏ 
เป็นสาวอ่อนไหว รองเท้ากับราศีนี้ควรเลือกใส่รองเท้าที่มีส้น ช่วยเพิ่มความนุ่มนวลน่าทะนุถนอมมากขึ้น ส่วนสีรองเท้าที่เหมาะควรจะเป็นสีน้ำตาล ฟ้า น้ำเงิน และเขียว
 
ราศีสิงห์ 
เป็นสาวสุดจี๊ด และมีรสนิมยมดี รองเท้ากับราศีสิงห์ คือ รองเท้าที่ช่วยเสริมความมีเสน่ห์ของสาวราศีนี้ หนีไม่พ้นรองเท้าส้นสูงสุดเฉี่ยว ไอเท็มสำคัญที่ช่วยเพิ่มความเซ็กซี่เต็มพิกัดจนทำให้ชายหนุ่มต้องตกตะลึงในความมีเสน่ห์ของเธอ
 
ราศีกันย์ 
เป็นสาวมีไอเดียสร้างสรรค์ชนะเลิศ รองเท้ากับราศีกันย์เหมาะกับรองเท้าสไตล์คลาสสิกอย่างรองเท้าส้นสูงไม่มีสายรัด หรือเปิดหน้าโชว์นิ้วเท้าก็ได้ไม่ว่ากัน
 
ราศีตุลย์  
เป็นสาวที่ไม่เน้นแฟชั่นจ๋าแต่เน้นความเนี๊ยบโก้ รองเท้ากับราศีนี้ จึงเป็นรองเท้าส้นเตารีด ลองหามาใส่สักคู่ในโทนสีขาว เอิร์ธโทน ฟ้า และน้ำเงิน จะเหมาะมาก
 
ราศีพิจิก 
เป็นสาวที่มีความหยิ่งทะนงในจิตใจ ชอบอิสระ และมีโลกส่วนตัวสูง รองเท้ากับราศีพิจิก ถ้าใส่รองเท้าแบบเปลือย จะช่วยเสริมท่วงท่าลีลาการเดิน เปิดทางให้เป็นคนกว้างขวาง มีคนเมตตามากขึ้น
 
ราศีธนู  
เป็นคนช่วงแต่งตัว รองเท้ากับราศีของสาวราศีนี้มักจะใส่รองเท้าได้หลายรูปแบบ แต่ควรเน้นสีสัน และประดับตกแต่งให้ดูชิกมากขึ้น เช่น สีฟ้า แดง เหลือง เขียว
 
 
&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8211;
<hr /><small>Copyright &#169; 2010<br /> 
สงวนลิขสิทธิ์ เนื้อหา รูปภาพ และส่วนประกอบใดๆ ที่ปรากฎในเว็บไซต์นี้ เป็นผลงานอันเป็นลิขสิทธิ์ของผู้จัดทำ หากผู้ใดลอกเลียน ปลอมแปลง ทำซ้ำ ดัดแปลง เผยแพร่ต่อสาธารณชน จำหน่าย มีไว้ให้เช่าหรือ กระทำการใดๆ อันเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเด็ดขาด <br />The use of this feed on other websites breaches copyright. If this content is not in your news reader, it makes the page you are viewing an infringement of the copyright. (Digital Fingerprint: d68df096b5b818e8d91bc0e73f1c4672 (38.107.179.234) )</small>]]></description>
		<link>http://beauty.yopi.co.th/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a8%e0%b8%b5%e0%b8%84%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%94.html</link>
			</item>
	<item>
		<title>สวยได้อย่างมั่นใจ ไม่ต้องใช้เครื่องสำอาง</title>
		<description><![CDATA[สาวๆ หลายคนอาจจะเคยมีอาการอิจฉาตาร้อน เมื่อเจอผู้หญิงคนอื่นที่เธอดูสวยได้อย่างมั่นใจ แต่งอะไรก็ดูดี ทำไมเธอถึงทำได้?  อันที่จริงแล้วเราไม่จำเป็นต้องไปดิ้นรนเสริมนั่นแต่งนี่เพื่อให้สวยเริ่ดแข่งกับเธอเหล่านั้น นั่นเป็นเพราะว่าความสวยได้อย่างมั่นใจเกิดได้ในแบบของเราเอง แค่เรามีความมั่นใจ มีความเป็นตัวของตัวเอง และสามารถดึงความงามที่อยู่ภายในออกมาได้จนใครหลายๆคนอิจฉา เชื่อเถอะค่ะว่าคุณก็สวยได้อย่างมั่นใจเหมือนเธอเหล่านั้นเหมือนกัน
 
 


 
สวยได้อย่างมั่นใจเลือกสไตล์เสื้อผ้าที่เหมาะกับตัวเอง
ถึงแม้ว่าคุณอาจจะไม่ใช่สาวแฟนชั่นนิสต้าที่แต่งตัวโดดเด่นอยู่ตลอดเวลา หันมาแต่งตัวเสียบ้าง อาจจะยังไม่มั่นใจว่าจะแต่งแบบไหน ก็หาใครสักคนที่ช่วยดูการแต่งตัวว่าสไตล์ไหนที่เหมาะกับคุณมากที่สุด ซึ่งจะช่วยดึงความโดดเด่นที่คุณมีออกมาได้
 
สวยได้อย่างมั่นใจต้องอัพเดตเทรนด์แฟชั่นบ้าง
คงไม่ต้องถึงขั้นตามเทรนด์แฟชั่นหรือแห่ซื้อทุกคอลเลกชั่นแบรนด์ดัง เพียงแค่รู้ว่าอะไรกำลังอินหรือแบบไหนกำลังเอ้าต์ก็พอ และเลือกหยิบสิ่งที่ใช้สไตล์ของตัวเองก็เกาะกระแสได้
 
สวยได้อย่างมั่นใจควรบอกผ่านความรักด้วยการกอด
การแสดงความรักหรือความรู้สึกดีๆ ผ่านการกอดทำให้ดูเป็นสาวที่อบอุ่น น่ารักนอกจากความรู้สึกดีๆ ที่ได้รับแล้ว ยังช่วยกระชับความสัมพันธ์ ที่ดีระหว่างคุณกับครอบครัวหรือเพื่อนรักก็ได้ บอกเขาว่าคุณรักและเป็นห่วงแค่ไหนผ่านการกอดในทุกๆวัน
 
สวยได้อย่างมั่นใจควรออกกำลังกายเรียกเหงื่อ
ปลดปล่อยความเหนื่อยล้าหรือความเครียดด้วยการออกกำลังกาย เมื่อร่างกายได้ขยับและเสียเหงื่อจะทำให้คุณรู้สึกได้ผ่อนคลายจากความเครียด และยังเป็นการขับของเสียออกจากร่างกาย หลักจากเสียเหงื่อแล้วจะรู้สึกได้ถึงความสดชื่น ไม่เชื่อก็ลองสิคะ
 
สวยได้อย่างมั่นใจต้องดูแลตัวเองให้มากขึ้น
ใส่ใจกับตัวเองให้มากขึ้น ราวกับว่าคุณเป็นเจ้าหญิงจะต้องใส่ใจและเลือกทุกสิ่งที่ดีที่สุด เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ใส่ใจสุขภาพ ดูแลรักษาความสะอาดตั้งแต่หัวจรดเท้า ไปจนถึงการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ทำให้คุณดูเป็นผู้หญิงที่สวยใสจากภายในอย่างแท้จริง
 
สวยได้อย่างมั่นใจต้องหมั่นทำกิจกรรมที่คุณรัก
ช่วงเวลาที่เราได้ทำในสิ่งที่รักหรือชื่นชอบ ความสุขที่ได้รับจะถูกสื่อออกมาผ่านทางสีหน้า รอยยิ้มและอารมณ์ แลดูเป็นผู้หญิงที่เต็มไปด้วยความสุข
 
สวยได้อย่างมั่นใจต้องสร้างความมั่นใจให้ตัวเอง
ให้คนรอบข้างได้เห็นว่าคุณมั่นใจและพอใจกับสิ่งที่คุณเป็นอยู่แล้ว แต่ไม่ใช่การอวดหรือคุยโวว่าคุณมีดีแค่ไหน
 
สวยได้อย่างมั่นใจเป็นผู้หญิงคิดบวก
มองทุกอย่างให้เป็นเรื่องร้าย นั่นก็ไม่ดี นี่ก็ไม่ได้ดั่งใจ พานแต่จะทำให้หงุดหงิด อารมณ์เสีย และเป็นสาวขี้วีนที่ไม่น่ารัก จงเลิกใส่ใจกับเรื่องไม่เป็นเรื่องแล้วมองให้เป็นเรื่องดี แค่ความคิดเปลี่ยนโลกก็เปลี่ยน
 
 
ที่มา : M2F
&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;
<hr /><small>Copyright &#169; 2010<br /> 
สงวนลิขสิทธิ์ เนื้อหา รูปภาพ และส่วนประกอบใดๆ ที่ปรากฎในเว็บไซต์นี้ เป็นผลงานอันเป็นลิขสิทธิ์ของผู้จัดทำ หากผู้ใดลอกเลียน ปลอมแปลง ทำซ้ำ ดัดแปลง เผยแพร่ต่อสาธารณชน จำหน่าย มีไว้ให้เช่าหรือ กระทำการใดๆ อันเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเด็ดขาด <br />The use of this feed on other websites breaches copyright. If this content is not in your news reader, it makes the page you are viewing an infringement of the copyright. (Digital Fingerprint: d68df096b5b818e8d91bc0e73f1c4672 (38.107.179.234) )</small>]]></description>
		<link>http://beauty.yopi.co.th/%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%88.html</link>
			</item>
	<item>
		<title>เพื่อนร่วมงานสุดยี้</title>
		<description><![CDATA[หลายคนกำลังสนุกกับงาน แต่กลับเซ็งเพื่อนร่วมงานสุดยี้แต่ละคนที่ (ขยัน) สร้างเรื่องปวดหัวให้กับคุณ เพื่อนร่วมงานสุดยี้จำพวก ขี้เกียจ ขี้วีน ขี้โอ่ ขี้ฟ้อง หรือพวกจ้องจะแทงข้างหลังอย่างเดียว หลายรูปแบบเหลือเกินที่ต้องเจอในโลกของการทำงาน แต่เพราะปัญหาที่ง่ายที่สุดคือ เปลี่ยนแปลงวิธีคิดของตัวเอง และหาวิธีรับมือกับเพื่อนร่วมงานสุดยี้นานาประเภทให้ได้
 
 


 
1. เพื่อนร่วมงานสุดยี้ที่แยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวไม่ออก
หยิบเอาทุกเรื่องมารวมกัน จนกลายเป็นปัญหาในการทำงาน สิ่งที่คุณทำได้คือ ใจเย็น จะท่องพุทโธ หรือกำหนดลมหายใจก็ตามแต่ รอจนกว่าเขาเข้าโหมดอารมณ์ปกติ แล้วจึงค่อยคุยว่าเกิดปัญหาอะไรขึ้น
 
2. เพื่อนร่วมงานสุดยี้ที่ชอบลอบกัด
พวกชอบสับขาหลอก เผลอทีไรเป็นต้องเลื่อยขาเก้าอี้ เมื่อเจอเพื่อนร่วมตัวร้ายอย่างนี้ ควรพูดคุยเฉพาเรื่องงานเท่านั้น ระมัดระวังอย่าเล่าเรื่องส่วนตัวให้ฟัง เพราะเขาอาจจะเอาไปเม้าท์ต่อให้เจ็บใจ
 
3. เพื่อนร่วมงานสุดยี้ที่ยืนหยัดเป็นฝ่ายค้าน
ไม่ว่าคุณจะเสนอเรื่องอะไร ยังไม่ทันจะเสียเวลาคิดสักนิด ก็วิพากษ์วิจารณ์กันออมาและไม่เห็นด้วยไปซะทุกเรื่อง ลองปล่อยให้เขาได้เรียนรู้ข้อดีของสิ่งที่คุณเสนอ ประโยชน์ของการทำตามและผลเสียที่เขาไม่เลือกทำด้วยตนเอง
 
4. เพื่อนร่วมงานสุดยี้ที่เฉื่อยชา
เพื่อนร่วมงานประเภททำไปวันๆ อยู่นิ่งๆ ไม่คิดอะไรใหม่ๆ คุณอาจช่วยกระตุ้นให้เขาลองออกจากกรอบเดิมๆ ดูบ้าง เช่น อบรมสัมมนาหาความรู้ใหม่ๆ หรือร่วมงานเวิร์กช็อปต่างๆ เป็นต้น
 
5. เพื่อนร่วมงานสุดยี้ที่คิดว่าฉันเก่งที่สุด
ไม่ยอมฟังใคร ดื้อ เอาความคิดจนเป็นใหญ่ หากผู้นั้นมีตำแหน่งสูงกว่า สิ่งที่ทำได้คือ ขั้นแรกชื่นชมในความเก่งของเขา ก่อนจะค่อยๆ ตะล่อมเสนอไอเดียของคุณ เพราะหากว่าคุณแสดงอาการไม่พอใจออกมา เขาจะไม่เสียเวลาฟังความคิดคุณเลย
 
6. เพื่อนร่วมงานสุดยี้ที่ขี้เหวี่ยง
ทำผิดนิดหน่อยก็โมโหเสียใหญ่โต ไม่ฟังความจริงอะไรทั้งสิ้น ดังนั้น ขณะที่เขากำลังอารมณ์บ่จอย อย่าเถียงหรือดื้อดึงให้เหตุผล รอเขาใจเย็นเสียก่อนแล้วจึงอธิบาย
 
7. เพื่อนร่วมงานสุดยี้ที่ไม่มั่นใจในตัวเอง
ความคิดดีๆ จะมีประโยชน์อะไรหากเก็บเอาไว้คนเดียว หลายคนมีไอเดียเจ๋งๆ แต่ไม่กล้าแสดงออก เพราะกลัวผิดพลาด หรือข้ามหน้าข้ามตาคนอื่น คุณควรเป็นแบ็กอัพที่คอยสนับสนุน ให้กำลังใจ เพื่อเขากล้าแสดงออกความคิดดีๆนั้น
 
8. เพื่อนร่วมงานสุดยี้ที่ขวานผ่าซาก
ชอบพูดจาตรงไหตรงมา (เกินไป) บางทีความคิดดีๆ ก็ดูแย่ เพราะไม่รู้จักเลือกใช้คำพูด ดังนั้น จงมองเจตนาที่แท้จริงของเขา ลืมเรื่องคำพูดรุนแรงนั้นไป
 
9. เพื่อนร่วมงานสุดยี้ที่เกลียดงานหนัก
คนรักงานเบา กินแรงคนอื่นประจำ หากเตือนกันตรงๆ มีแต่จะทำให้มองหน้ากันไม่ติด สิ่งที่ทำได้คือ แบ่งงานรับผิดชอบให้ชัดเจน บังคับให้เขาต้องแสดงฝีมือ
 
ทีนี้เพื่อนร่วมงานสุดยี้ก็ไม่เป็นเรื่องแย่อีกต่อไป หากรู้วิธีรับมือ แต่ลืมตรวจดูตัวเองด้วยนะว่าเราเป็นเพื่อนร่วมงานที่น่า “ยี้” ด้วยหรือเปล่า
 
 
ที่มา : M2F
&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8211;
<hr /><small>Copyright &#169; 2010<br /> 
สงวนลิขสิทธิ์ เนื้อหา รูปภาพ และส่วนประกอบใดๆ ที่ปรากฎในเว็บไซต์นี้ เป็นผลงานอันเป็นลิขสิทธิ์ของผู้จัดทำ หากผู้ใดลอกเลียน ปลอมแปลง ทำซ้ำ ดัดแปลง เผยแพร่ต่อสาธารณชน จำหน่าย มีไว้ให้เช่าหรือ กระทำการใดๆ อันเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเด็ดขาด <br />The use of this feed on other websites breaches copyright. If this content is not in your news reader, it makes the page you are viewing an infringement of the copyright. (Digital Fingerprint: d68df096b5b818e8d91bc0e73f1c4672 (38.107.179.234) )</small>]]></description>
		<link>http://beauty.yopi.co.th/%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b8%b5%e0%b9%89.html</link>
			</item>
	<item>
		<title>ข้อดีของผู้ชายออกกำลังกาย</title>
		<description><![CDATA[ผู้ชายส่วนใหญ่รู้ว่าสิ่งไหนคือสิ่งที่ดีและไม่ดีต่อร่างกาย และการออกกำลังกายก็เป็นหนึ่งในสิ่งดีๆ มัวแต่เสริมหล่อ หน้าใส แต่ลืมนึกถึงสุขภาพก็ไม่มีเสน่ห์หรอกนะคะ เพราะคุณปฏิเสธไม่ได้ว่ายังไงซะสาวก็ชื่นชอบผู้ชายออกกำลังกาย แลดูมีสุขภาพดี หุ่นก็เฟิร์ม เดินไปไหนมาไหน มีแต่คนอิจฉา อย่าคิดว่าแฟนตัวเองไม่ใช่ผู้หญิงเล่านั้นล่ะ ลึกๆแล้วเธออาจจะอยากให้คุณเป็นหนึ่งในผู้ชายออกกำลังกายเหล่านั้น จะได้อวดเพื่อนๆของเธอได้ว่า แฟนฉันไม่อ้วนกลมพุงโต หรือผอมแห้ง แรงไม่มีนะยะหล่อน ซึ่งนอกจากผู้ชายออกกำลังกายจะได้เรื่องความมั่นใจในการพบปะสาวๆแล้ว เรื่องสุขภาพถือเป็นประโยชน์หลักของการออกกำลังกายที่คุณก็รู้อยู่แก่ใจ เพื่อให้ชัดเจนมากขึ้นเราไปดูดีกว่าว่าผู้ชายออกกำลังกายจะได้รับอะไรตอบแทนบ้าง
 
 

 
หญิงรัก หญิงหลง
ผู้หญิงต่างก็ชอบผู้ชายออกกำลังกายที่หุ่นดีกันทั้งนั้น ซึ่งจากผลการศึกษาทางการแพทย์พบว่า ผู้หญิงส่วนใหญ่โหวตให้ผู้ชายหุ่นดี มาดแมน มีกล้ามเป็นมัดๆ มากกว่าผู้ชายที่ผอมแห้งแรงน้อย หรือผู้ชายเจ้าเนื้อ ผู้ชายออกกำลังกายจึงดึงดูดเพศตรงข้ามได้เป็นอย่างดี
 
เพิ่มความมั่นใจ
ผู้ชายออกกำลังกาย นอกจากจะทำให้สุขภาพดี มีเสน่ห์ต่อสาวๆ ยังเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เป็นคนที่มีความมั่นใจในตัวเองเพิ่มมากขึ้นได้ด้วย เพราะเมื่อหุ่นดี ไม่ว่าใส่เสื้อผ้าอะไรก็ดูดีไปซะหมด
 
ต้านโรค
สิ่งที่เห็นผลดีที่สุดของผู้ชายออกกำลังกายคือ พวกเขามีสุขภาพที่ดี เพียงแค่ออกกำลังกายก็จะรู้สึกได้ถึงความสดชื่นตั้งแต่ครั้งแรก ร่างกายได้ขับของเสียออกมาผ่านทางรูขุมขน โดยการออกกำลังกาย ช่วยป้องกันการเกิดโรคต่างๆ ได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นโรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และอีกหลายๆโรค
 
ป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมาก
เป็นอีกโรคหนึ่งที่พบมากในผู้ชาย แต่ยังไม่มีการยืนยันที่แน่ชัดว่า การออกกำลังกายแบบใดช่วยลดมะเร็งต่อมลูกหมาก แต่ยืนยันว่าผู้ชายออกกำลังกาย มีโอกาสเกิดมะเร็งต่อมลูกหมากน้อยที่สุด
 
คลายเครียด
การออกกำลังกายช่วยเพิ่มอุณหภูมิในร่างกาย ทำให้ร่างกายอบอุ่น และมีการขับเหงื่อออกมา เมื่อออกกำลังกายจะช่วยให้สมองได้พักผ่อน และผ่อนคลายจากสิ่งต่างๆ
 
ลดการหย่อยสมรรถภาพทางเพศ
เป็นอาการที่ผู้ชายส่วนใหญ่กลัวมากที่สุด โดยเหตุผลส่วนใหญ่เกิดมาจากสภาพร่างกาย การที่เลือดสูบฉีดไปยังบริเวณอวัยวะเพศไม่เพียงพอ และสภาพจิตใจที่เกิดจากความเครียด ความกังวล จากเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน เรื่องครอบครัว ซึ่งสิ่งเหล่านี้มีผลทำให้ไม่ปึ๋งปั๋ง การออกกำลังกายจะช่วยได้
 
 
ที่มา : M2F
&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;-
<hr /><small>Copyright &#169; 2010<br /> 
สงวนลิขสิทธิ์ เนื้อหา รูปภาพ และส่วนประกอบใดๆ ที่ปรากฎในเว็บไซต์นี้ เป็นผลงานอันเป็นลิขสิทธิ์ของผู้จัดทำ หากผู้ใดลอกเลียน ปลอมแปลง ทำซ้ำ ดัดแปลง เผยแพร่ต่อสาธารณชน จำหน่าย มีไว้ให้เช่าหรือ กระทำการใดๆ อันเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเด็ดขาด <br />The use of this feed on other websites breaches copyright. If this content is not in your news reader, it makes the page you are viewing an infringement of the copyright. (Digital Fingerprint: d68df096b5b818e8d91bc0e73f1c4672 (38.107.179.234) )</small>]]></description>
		<link>http://beauty.yopi.co.th/%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a2.html</link>
			</item>
	<item>
		<title>เรื่องน่าเสียดายของคนทำงาน</title>
		<description><![CDATA[วันเวลาในชีวิตผ่านไปอย่างรวดเร็ว มีเรื่องน่าเสียดายมากมายในชีวิตที่คิดเอาไว้ว่าจะทำ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ทำ จนถึงวันนี้ก็ได้แต่นึกเสียใจ จะย้อนเวลากลับไปเพื่อทำก็ไม่ได้ ยิ่งวัยทำงานอย่างเราๆมีอะไรให้ทำตั้งเยอะเพราะยังมีแรงกายและแรงใจ ยังพอมีไฟอยู่ ถ้าไม่อยากให้ชีวิตมีเรื่องน่าเสียดายก็ลองคิดทบทวนดูว่าวันนี้คุณได้ทำสิ่งที่อยากทำแล้วหรือยัง วันนี้มีบทเรียนจากเรื่องน่าเสียดายของมนุษย์เงินเดือนมาฝาก ว่าตลอดชีวิตการทำงานของพวกเขามีอะไรที่ “พลาด” และอยากกลับไปแก้ไขบ้าง
 


 
เรื่องน่าเสียดายจากการไม่ตั้งใจทำงานในช่วงแรก
เมื่อทำงานใหม่ๆ หลายคนยังโหยหาชีวิตวัยเรียน (ที่สบายกว่ากันมาก) จึงดื่ม เที่ยว กิน ช็อปปิ้งเป็นปกติ ไม่ค่อยเอาใจใส่กับการทำงาน เพราะบอกตัวเองว่ายังเด็กอยู่ ค่อยๆ เรียนรู้ไป รู้สึกตัวอีกที จากจูเนียร์ก็ก้าวไปเป็นซีเนียร์ก็ไม่ได้อะไรสักอย่างกลับไป จงใส่ใจและขยันทำงาน ยินดีที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ที่เข้ามา ทั้งที่เกี่ยวข้องและไม่เกี่ยวข้องกับงานที่ทำ
 
เรื่องน่าเสียดายที่ไม่ได้เรียนต่อ
มีเหตุผลสารพัดที่ทำให้เราไม่ได้เรียนต่อ เช่น ขอเก็บเงินให้ได้ก่อน รอทำงานให้เข้าที่ หรือรอดูว่าตัวเองขาดอะไร แล้วค่อยออกไปเรียนต่อในสาขานั้นๆ แต่ล่วงเลยมาหลายปีก็ยังไม่ได้เรียนสักที จนหลายครั้งที่พลาดโอกาสดีๆ ในชีวิตไปอย่างน่าเสียดาย
 
เรื่องน่าเสียดายที่ไม่ได้เรียนภาษาต่างประเทศ
ภาษาที่สองและสาม กลายเป็นปัจจัยหลักที่อาจทำให้คุณได้งานหรือไม่ได้งาน หลายคนเสียดายที่ไม่ได้เรียนรู้ภาษาตั้งแต่ตอนที่ยังเป็นวัยรุ่น ถึงตอนนี้จะให้มาเรียนก็รู้สึกว่าแก่เกินไป แถมยังมีภาระหลายอย่างให้ดูแล จนแทบไม่มีเวลาไม่ร่ำเรียน
 
เรื่องน่าเสียดายเพราะไม่ได้วางแผน
มนุษย์เงินเดือนบางคนทำงานแบบเช้าชามเย็นชม เรื่อยเปื่อย ไม่ตั้งเป้าหมาย ไม่สนว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร หากตอนนี้ย้อนกลับไปได้ พวกเขาขอเลือกที่จะวางแผนชีวิตตั้งแต่เริ่มทำงานว่าแต่ละวัน แต่ละเดือน ควรทำอะไร หรือระยะยางอย่างอีก 2 ปี ข้างหน้าชีวิตจะเป็นอย่างไร ตั้งเป้าหมายเอาไว้และเดินไปให้ถึง
เรื่องน่าเสียดายเพราะแต่งงานเร็ว
หลายคนลืมคิดว่าจากวัยเรียนมาวัยทำงานเป็นช่วงเปลี่ยนที่สำคัญ ต้องปรับตัวรับความรับผิดชอบใหม่ๆ เมื่อแต่งงานก็มีปัญหาประจำของการใช้ชีวิตคู่เข้ามาด้วย กลายเป็นว่าต้องรับปัญหา 2 ทาง หนำซ้ำแทนที่เราจะก้าวหน้าไปกับการทำงานได้อย่างคล่องตัว กลับมีสัมภาระหลายใบคอยรั้งเราเอาไว้ ดังนั้น หากย้อนเวลากลับไปได้ หลายคนเลือกที่จะทำงานก่อนสักระยะ สั่งสมประสบการณ์ เก็บเงินให้มากพอ แล้วค่อยมองไปถึงเรื่องแต่งงาน
 
เรื่องน่าเสียดายที่สนใจคนรอบตัวเกินไป
หลายครั้งที่แม้จะถูกใจงานที่ทำมากแค่ไหน แต่ก็มีเพื่อนร่วมงานที่คอยทำให้เรารู้สึกหน่ายใจทุกที หลายคนเก็บเรื่องราวมาเครียด คิดมากจนไม่มีแก่ใจจะทำงาน จนถึงวันนี้ก็ได้แต่เสียดายที่ในวันนั้นน่าจะสนใจและพัฒนางานให้มากกว่านี้ เพราะรู้แล้วว่าสิ่งที่สำคัญมากที่สุดคิด งานไม่ใช่ คน
 
เรื่องน่าเสียดายเพราะมัวแต่เปลี่ยนงาน
ข้อดีของการย้ายงานคือ ตอบสนองความต้องการข้อใดของหนึ่งของเรา ไม่ว่าจะเป็นเงินเดือนที่สูงขึ้น งานใหม่ที่ท้าทายกว่า เดินทางสะดวก เป็นต้น แต่การที่อยู่ใยแต่ละที่เป็นเวลาสั้นๆ ทำให้หลายคนเสียดายที่มีประสบการณ์ในแต่ละที่น้อยเกินไป ยังไม่ทันได้เรียนรู้การทำงานเลย
เรื่องน่าเสียดายที่ไม่เปลี่ยนงาน
บางคนก็อยู่กับที่ใดทีหนึ่งนานเกินไป ถึงเวลาจะย้ายงานก็ทำได้ยาก เพราะอายุเยอะ จะย้ายไปตำแหน่างที่สูงก็ไม่มีคนรับ จะไปสมัครในตำแหน่งเดิมก็แกกว่าคนอื่น หากย้อนเวลากลับไปได้ เขาขอเลือกที่จะเปลี่ยนงานในจังหวะที่เหมาะสมที่โอกาสเดินเข้ามาหา โดยไม่ยึดติดอยู่กับองค์กร สภาพแวดล้อม และความสบายแบบเดิมๆ
 
เป็นความจริงที่ว่า ...<hr /><small>Copyright &#169; 2010<br /> 
สงวนลิขสิทธิ์ เนื้อหา รูปภาพ และส่วนประกอบใดๆ ที่ปรากฎในเว็บไซต์นี้ เป็นผลงานอันเป็นลิขสิทธิ์ของผู้จัดทำ หากผู้ใดลอกเลียน ปลอมแปลง ทำซ้ำ ดัดแปลง เผยแพร่ต่อสาธารณชน จำหน่าย มีไว้ให้เช่าหรือ กระทำการใดๆ อันเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเด็ดขาด <br />The use of this feed on other websites breaches copyright. If this content is not in your news reader, it makes the page you are viewing an infringement of the copyright. (Digital Fingerprint: d68df096b5b818e8d91bc0e73f1c4672 (38.107.179.234) )</small>]]></description>
		<link>http://beauty.yopi.co.th/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%a2.html</link>
			</item>
	<item>
		<title>8 วิธีสร้างยิ้มเสริมสุข</title>
		<description><![CDATA[จริงอยู่ที่สถานการณ์รอบตัวอาจทำให้คุณยิ้มได้ลำบากเหลือเกิน แต่เชื่อเถอะว่าต่อให้เครียด เศร้า อารมณ์บ่จอยขนาดไหน ลองมุมปากของคุณได้ยกขึ้นสร้างยิ้มสักนิดแล้ว รอยยิ้มของคุณจะเรียกความสุขกลับมาหาคุณได้ทันที ซึ่งการสร้างยิ้มให้เกิดขึ้นก็ไม่ยากอย่างที่คุณคิดหรอกค่ะ เพียงแค่ใส่ใจทำให้ตัวเองมีความสุขบางก็พอ นอกจากทำให้ตนเองรู้สึกสดชื่นขึ้นแล้วยังทำให้เพื่อนร่วมงานหรือคนรอบข้างมีโลกสดใสขึ้นด้วยนะ รู้อย่างนี้ทำไมไม่ลองสร้างยิ้มดูล่ะ
 
 

 
1. สร้างยิ้มเริ่มจากยิ้มให้ตัวเอง 
จะเริ่มต้นที่ใครถ้าไม่ใช่ตัวเรา เมื่อไหร่ที่เราสร้างยิ้มได้แล้ว การจะทำให้คนอื่นยิ้มก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ก่อนนอนลองยิ้มหนึ่งครั้ง ตื่นขึ้นมายิ้มอีกหนึ่งครั้ง เอาฤกษ์เอาชัยในการเริ่มต้นวันใหม่
 
2. สร้างยิ้มต้องอย่ากักขังตัวเองไว้กับอารมณ์โกรธ
หลายครั้งที่อีกฝ่ายซึ่งทำให้เราโกรธไม่ได้รู้สึกเดือดเนื้อร้อนใจไปกับเราเลย มีแต่เราเท่านั้นที่ทำตัวเอง แล้วอาการของคนโกรธ เคยเห็นความสุขที่ไหนกันล่ะ
 
3. สร้างยิ้มง่ายๆทักทายกันบ้าง  
การไต่ถามทุกข์สุขของคนรอบข้าง จะทำให้เขาได้รับความเอื้ออาทรที่คุณส่งถึง และนั้นก็เป็นเรื่องน่าปลื้มใจออกที่ได้รู้ว่ามีคนที่เป็นห่วงอยู่
 
4. สร้างยิ้มผ่านการชื่นชมวันละนิด 
การกล่าวชมก็เหมือนกับการมองของขวัญชิ้นหนึ่งให้ เป็นอีกหนึ่งแรงฮึดให้เขาพยายามทำดีต่อไป เช่น วันนี้แต่งตัวสวยจัง ไอเดียคุณเจ๋งสุดๆ ผลงานของคุณดีมากเลย
 
5. สร้างยิ้มด้วยการฟังบ้าง 
เปิดโอกาสให้คนอื่นได้เล่าเรื่องราวของตัวเอง ลองเงียบและเป็นผู้ฟังที่ดี นอกจากคุณจะได้อัพเดตชีวิตของเขาแล้ว บางทีคุณอาจจะทำให้เขาสบายใจด้วยการเป็นที่ระบายชั้นเยี่ยมก็ได้
 
6. สร้างยิ้มโดยใช้ความเอื้อเฟื้อต่อกัน  
ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นการซื้อของมาฝากเท่านั้น อาจหมายถึงการมอบความรู้สึกดีๆให้กัน อย่างคำขอบคุณหรือถ้อยคำให้กำลังใจ
 
7. สร้างยิ้มด้วยเรื่องตลก  
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเปิ่นๆ ของคุณ เรื่องสนุกจากละครเมื่อวาน หรือมุขตลกจากซิตคอมเมื่อคืน ก็ล้วนสร้างความสนุกให้กับคนรอบข้างได้
 
8. สร้างยิ้มชวนกันทำดี 
ไม่ว่าจะทำบุญ สวดมนต์ หรือเป็นอาสาสมัคร ทำดีรูปแบบไหนๆ ก็สร้างความสุขให้กับคุณทั้งนั้น เพราะเมื่อใดที่เราเห็นคนอื่นมีความสุข เราเองก็พลอยปีติไปด้วย เลือกกิจกรรมได้เลยตามที่ถนัด ทั้งสอนหนังสือ อ่านหนังสือให้คนตาบอด หรือกิจกรรมปลูกป่าเพื่อสิ่งแวดล้อม
 
 
ที่มา : M2F
&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8211;
<hr /><small>Copyright &#169; 2010<br /> 
สงวนลิขสิทธิ์ เนื้อหา รูปภาพ และส่วนประกอบใดๆ ที่ปรากฎในเว็บไซต์นี้ เป็นผลงานอันเป็นลิขสิทธิ์ของผู้จัดทำ หากผู้ใดลอกเลียน ปลอมแปลง ทำซ้ำ ดัดแปลง เผยแพร่ต่อสาธารณชน จำหน่าย มีไว้ให้เช่าหรือ กระทำการใดๆ อันเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเด็ดขาด <br />The use of this feed on other websites breaches copyright. If this content is not in your news reader, it makes the page you are viewing an infringement of the copyright. (Digital Fingerprint: d68df096b5b818e8d91bc0e73f1c4672 (38.107.179.234) )</small>]]></description>
		<link>http://beauty.yopi.co.th/%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a2%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%a1.html</link>
			</item>
	<item>
		<title>ออกกำลังกายตามสไตล์วัยทำงาน</title>
		<description><![CDATA[นอกจากจะเป็นการรักษารูปร่าง ชะลออายุ หรือเพิ่มความแข็งแรงให้กับร่างกาย ด้วยการออกกำลังกายที่คุณจะได้ประโยชน์โดยตรงกับตัวคุณเองแล้ว สำหรับคนวัยทำงาน การสร้างร่างกายให้แข็งแรงก็จะมีประโยชน์ต่อคุณภาพงาน พร้อมกับทุกสถานการณ์ กระปรี้กระเปร่าสดชื่น ทีนี้มาดูกันสิว่า มีวิธีออกกำลังกายแบบใดบ้างที่ดีต่อร่างกาย
 
 

 
1. ออกกำลังกายแบบไม่มีแรงกระแทก
ควรเลือกออกกำลังกายแบบที่มีแรงกระแทกน้อยที่สุด เพราะจะส่งผลดีต่อกล้ามเนื้อ กระดูก และเอ็นข้อต่างๆ ช่วยป้องกันอาการบาดเจ็บ แถมยืดอายุการใช้งานไม่ให้เสื่อมเร็ว หนุ่มๆ สาวๆ อาจเลือกเป็นว่ายน้ำ พายเรือ ปั่นจักรยาน หรือแม้กระทั่งการทำงานบ้านเป็นต้น
 
2. เลี่ยงการออกกำลังกายหนักๆ 
การออกกำลังกายหนักๆ ในทันทีตั้งแต่ครั้งแรง หรือสองครั้งแรก โดยขาดการฝึกฝนมาก่อน อาจทำให้ร่างกายบาดเจ็บและเหนื่อยล้าเกินไป ควรเริ่มออกกำลังกายแบบค่อยเป็นค่อยไป และอย่าลืมวอร์มอัพและวอร์มดาวน์ให้ร่างกายได้ปรับตัวก่อนทุกครั้ง
 
3. ออกกำลังกายแบบอินเทอร์วัล
เป็นการออกกำลังกายแบบหนักและเบาสลับกัน โดยเริ่มจากเบาก่อน แล้วจึงปรับให้หนักขึ้นหรือเร็วขึ้นในระหว่างการออกกำลังกาย โดยให้แบบหนักมีระยะเวลาสั้นกว่าแบบเบา เช่น เดินปกติ 3 นาที ต่อด้วยเดินเร็ว 1 นาที แล้วจึงกลับมาเดินปกติ การเพิ่มความหนักของการออกกำลังขึ้นเป็นช่วงๆ ตลอดระยะเวลาการออกกำลังกายนี้ จะช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจ เบาหวาน และละลายไขมันได้ดีเยี่ยม
 
4. กระฉับกระเฉงทุกเวลา
“แค่ขยับเท่ากับออกกำลังกาย” ประโยคนี้ยังใช้ได้อยู่เสมอ รู้หรือไม่ว่า คนที่แอ็กทีฟ หมั่นเคลื่อนไหวตลอดเวลาเช่น ทำความสะอาด ทำสวน หรือเดินมากกว่าใช้รถ ก็เหมือนว่าได้ออกกำลังกายแล้ว เพียงแต่ต้องทำให้มาพอในแต่ละวัน การเดินมากกว่า 1 หมื่นก้าวต่อวัน จะช่วยเผาผลาญแคลอรี่ ดังนั้น หนุ่มๆ สาวๆ ลองหาเครื่องนับก้าวเดินมาพกติดตัวไว้ เพื่อดุว่าแต่ละวันมีอีกกี่ร้อยก้าวที่ขาดไป
 
5. ยกน้ำหนัก
ดูเผินๆ อาจคิดว่าการยกน้ำหนักไม่ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง แต่แท้จริงแล้ว การยกน้ำหนักจะทำให้กล้ามเนื้อได้ออกแรง ข้อต่อ แขนขาได้ทำงาน เสริมสร้างความแข็งแกร่งและสมดุล นอกจากนี้กล่าวได้ว่า การยกน้ำหนักคล้ายกับการออกกำลังกายแบบอินเทอร์วัล ในขณะที่ยกอัตราชีพจรจะเร่งขึ้น ก่อนกลับมาเป็นปกติเมื่อพักระหว่างเซต แต่การยกน้ำหนักก็ควรทำแบบอื่นๆ ควบคู่ไปด้วย เพื่อให้ทุกส่วนของร่างกายได้ออกกำลังกาย
 
6. พิลาทีสและโยคะ
เป็นการออกกำลังกายแบบที่เน้นความนุ่มนวล ต่อเนื่องของร่างกาย ผสานกับการหายใจเป็นจังหวะ ซึ่งจะช่วยให้กล้ามเนื้อทุกส่วนของร่างกายได้ทำงาน พัฒนาความยืดหยุ่นของร่างกาย แถมยังคลายความปวดเมื่อย เหนื่อยล้า และเสริมให้เกิดสมาธิอีกด้วย
 
วันหยุดเสาร์ – อาทิตย์ ไปออกกำลังกายกันดีกว่า ...<hr /><small>Copyright &#169; 2010<br /> 
สงวนลิขสิทธิ์ เนื้อหา รูปภาพ และส่วนประกอบใดๆ ที่ปรากฎในเว็บไซต์นี้ เป็นผลงานอันเป็นลิขสิทธิ์ของผู้จัดทำ หากผู้ใดลอกเลียน ปลอมแปลง ทำซ้ำ ดัดแปลง เผยแพร่ต่อสาธารณชน จำหน่าย มีไว้ให้เช่าหรือ กระทำการใดๆ อันเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเด็ดขาด <br />The use of this feed on other websites breaches copyright. If this content is not in your news reader, it makes the page you are viewing an infringement of the copyright. (Digital Fingerprint: d68df096b5b818e8d91bc0e73f1c4672 (38.107.179.234) )</small>]]></description>
		<link>http://beauty.yopi.co.th/%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99.html</link>
			</item>
	<item>
		<title>กลิ่นบำบัดขจัดทุกข์</title>
		<description><![CDATA[เวลาเครียดกับการทำงานหรือเกิดความรู้สึกเหนื่อยล้า การใช้กลิ่นบำบัดด้วยน้ำมันหอมระเหยจากธรรมชาติ เป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้คุณคลายความเหนื่อยล้าและความเครียดที่เกาะกินกายและใจได้เป็นอย่างดี ด้วยคุณสมบัติจากกลิ่นบำบัดของน้ำมันหอมระเหยที่มีขนาดของโมเลกุลขนาดเล็กมาก ทำให้ดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ง่าย ใช้ได้ทั้งการสูดดมแบบกลิ่นบำบัดและนวดตามร่างกาย โดยกลิ่นบำบัดจากน้ำมันหอมระเหยจะช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิต รวมทั้งระบบการทำงานต่างๆ ในร่างกายให้ทำงานได้ เป็นอย่างดี กลิ่นบำบัดกลิ่นไหนมีประโยชน์อย่างไร ไปดูกัน&#8230;
 
 

 
กลิ่นบำบัดจากมะกรูด&#8230;.น้ำมันหอมระเหยที่สกัดจากผิวมะกรูด ช่วยลดอาการซึมเศร้า วิตกกังวล แถมกลิ่นที่หอมสดชื่นยังช่วยกระตุ้นให้จิตใจกระปรี้กระเปร่า
 
กลิ่นบำบัดจากมะนาว&#8230;.น้ำมันที่สกัดได้จากเปลือกมะนาว จะทำให้ร่างกายแข็งแรง กลิ่นหอมสดชื่นทำให้จิตใจแจ่มใส ไม่หงุดหงิดง่าย
 
กลิ่นบำบัดจากกานพลู&#8230;.เหมาะกับการนวดเพื่อให้ร่างกายอบอุ่น ลดอาการบวมอักเสบ บรรเทาอาการเหนื่อยล้าของร่างกาย และช่วยทำให้จิตใจปลอดโปร่ง
 
กลิ่นบำบัดจากตะไคร้&#8230;.ช่วยเพิ่มพลัง ทำให้ร่าสงกายสดชื่น กระปรี้กระเปร่า
 
กลิ่นบำบัดจากขิง&#8230;.ช่วยกระตุ้นเรื่องความจำเสื่อม จิตใจอ่อนล้า
 
กลิ่นบำบัดจากน้ำมันกุหลาบ – น้ำมันดอกมะลิ&#8230;.ช่วยบำบัดเรื่องเศร้าเสียใจ
 
กลิ่นบำบัดจากยูคาลิปตัส&#8230;.ช่วยบรรเทาอาการอ่อนล้า ปวดเมื่อย กลิ่นหอมสดชื่นช่วยให้ระบบทางเดินหายใจทำงานได้ดีขึ้น บรรเทาอาการหวัด
 
กลิ่นบำบัดจากกระดังงา&#8230;.น้ำมันที่ได้จะช่วยคลายเครียด กระตุ้นการทำงานของหัวใจ
 
กลิ่นบำบัดจากลาเวนเดอร์&#8230;.ช่วยบรรเทาความเหนื่อยล้าทางกายและทางใจ ช่วยผ่อนคลาย ทำให้นอนหลับได้ง่ายขึ้น
 
 
ที่มา : M2F
&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8211;
<hr /><small>Copyright &#169; 2010<br /> 
สงวนลิขสิทธิ์ เนื้อหา รูปภาพ และส่วนประกอบใดๆ ที่ปรากฎในเว็บไซต์นี้ เป็นผลงานอันเป็นลิขสิทธิ์ของผู้จัดทำ หากผู้ใดลอกเลียน ปลอมแปลง ทำซ้ำ ดัดแปลง เผยแพร่ต่อสาธารณชน จำหน่าย มีไว้ให้เช่าหรือ กระทำการใดๆ อันเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเด็ดขาด <br />The use of this feed on other websites breaches copyright. If this content is not in your news reader, it makes the page you are viewing an infringement of the copyright. (Digital Fingerprint: d68df096b5b818e8d91bc0e73f1c4672 (38.107.179.234) )</small>]]></description>
		<link>http://beauty.yopi.co.th/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%94.html</link>
			</item>
</channel>
</rss>

