<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	>

<channel>
	<title>Yopi Beauty Magazine</title>
	<atom:link href="http://beauty.yopi.co.th/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://beauty.yopi.co.th</link>
	<description>เพลิดเพลินกับ ความงาม ตามประสา Yopi</description>
	<pubDate>Wed, 10 Mar 2010 11:10:38 +0000</pubDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.7.1</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>บำรุงเล็บ สวย แข็งแรง และมีสุขภาพ</title>
		<link>http://beauty.yopi.co.th/%e0%b8%9a%e0%b8%b3%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%9a.html</link>
		<comments>http://beauty.yopi.co.th/%e0%b8%9a%e0%b8%b3%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%9a.html#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 09 Mar 2010 12:28:57 +0000</pubDate>
		<dc:creator>catherine</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Headline]]></category>

		<category><![CDATA[ความงาม]]></category>

		<category><![CDATA[เคล็ดลับ]]></category>

		<category><![CDATA[บำรุงเล็บ]]></category>

		<category><![CDATA[ดูแลเล็บ]]></category>

		<category><![CDATA[เล็บแข็งแรง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://beauty.yopi.co.th/?p=2184</guid>
		<description><![CDATA[ต้อนรับเข้าสู่สัปดาห์ที่ 2 ของเดือนมีนาคมค่า.. เป็นอย่างไรกันบ้างค่ะ อากาศร๊อนร้อนได้ใจจริงๆ สถานะการณ์บ้านเมืองก็เริ่มไม่ปกติ ยังไงก็ขอให้เพื่อนๆชวนโยพิ บิวตี้ ใจเย็นๆ กันดีกว่าเนอะ ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดค่ะ
เข้าเรื่องดีกว่า บทความในวันนี้ขอนำเสนอการบำรุงเล็บนะคะ ร้อนๆอย่างนี้ใส่ใจอวัยวะทุกส่วนขอเริ่มที่มืออันเรียวงามของเราก่อน การบำรุงเล็บให้สวย แข็งแรง มีสุขภาพต้องทำไงบ้างไปดูกันเลย

การบำรุงเล็บควรทานอาหารที่ถูก
เล็บของคุณต้องการบำรุงดูแลเช่นเดียวกับส่วนอื่นๆของร่างกาย การบำรุงเล็บต้องใช้แร่ธาตุและวิตามิน ทั้งไบโอติน เหล็ก โอเมก้า สังกะสี และแคลเซียม ซึ่งอาหารที่คุณควรรับประทานคือ ผลไม้สด และผัก โดยเฉพาะผักใบเขียว แครอท ไข่ ผลิตภัณฑ์จากนมวัว ปลา ผลไม้เปลือกแข็ง เช่น ลูกนัท อัลมอนต์ จะช่วยบำรุงเล็บจากภายในอย่างได้ผล
การบำรุงเล็บควรอย่าขจัดน้ำออก
นอกจากการดื่มน้ำมากๆ การบำรุงเล็บและมือด้วยการทาครีมหรือมอยเจอไรเซอร์เสมอๆเพื่อเก็บกักความชุมชื่นไว้ให้เล็บคุณสุขภาพแข็งแรง
การบำรุงเล็บควรนวดเล็บ
เล็บของคุณต้องการการดูแลปรนนิบัติเหมือนอวัยวะส่วนอื่นๆ คุณควรใช้น้ำมันโอลิฟ อัลมอนต์หรือ นำมันงานวดบริเวณเล็บบ้างเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนเลือดบำรุงเล็บของคุณมีสุขภาพดีเสมอ
การบำรุงเล็บควรดูแลอย่างทะนุถนอม
การขัดเล็บและการใช้กาวเพื่อตกแต่งหรือติดเล็บปลอมจะทำร้ายเล็บอันบอบบางของคุณ ดังนั้นพยายามปล่อยให้เล็บได้มีเวลาหายใจจะดีกว่านะคะ
การบำรุงเล็บควรแช่เล็บของคุณในน้ำอุ่น
การแช่เล็บในน้ำอุ่นซึ่งมีน้ำมันโอลิฟ ประมาณ 10 -15 นาที ช่วยบำรุงเล็บคุณได้ดีทีเดียวค่ะ อย่าแช่นานเกินไปนะคะ เพราะจะทำให้ผิวและเล็บแห้งเกินไป
การบำรุงเล็บควรทากระเทียมช่วยได้
การบำรุงเล็บให้แข็งแรงให้ใช้กระเทียมบดละเอียดมาร์กบนเล็บของคุณสัปดาห์ละสองครั้ง จะช่วยบำรุงเล็บให้แข็งแรงค่ะ
การบำรุงเล็บควรอย่าล้างจานบ่อยเกินไป
หลีกเลี่ยงการล้างจานวันละหลายครั้งหรือล้างจานด้วยน้ำยาที่เข้มข้น ทางที่ดีให้ใช้ถุงมือสวมป้องกันด้วยจะดีที่สุด
บำรุงเล็บก่อนเข้านอน
การเสริมความแข็งแรงและบำรุงเล็บคุณ ก่อนนอนให้ใช้ ปิโตรเลี่ยมเจล ทาเล็บทิ้งไว้ แทนที่จะทาเล็บด้วยน้ำยาแรงๆค่ะ
การบำรุงเล็บควรยามเมื่อเล็บฉีกขาด
ถ้าเล็บฉีกขาด ให้ตัดเล็มส่วนที่ฉีกขาดออกทีละนิดตามเส้นขอบของเล็บ ระวังอย่าให้กินเนื้อของคุณนะคะ
การบำรุงเล็บควรตัดเล็บให้สั้นพอเหมาะ
การไว้เล็บยาวหรือตกแต่งเล็บจนเกินงามนั้นอาจจะดูสวยสำหรับคุณแต่ก็เสี่ยงที่เล็บคุณจะเสียหายจากอุบัติเหตุต่างๆได้ ที่สำคัญแอบรู้มาว่าหนุ่มๆก็ไม่ได้ชอบสาวเล็บยาวสักเท่าไหร่นะคะ แค่ให้ตัดแต่งบำรุงเล็บให้สะอาดเรียบร้อยก็พอแล้ว
]]></description>
		<wfw:commentRss>http://beauty.yopi.co.th/%e0%b8%9a%e0%b8%b3%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%9a.html/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ทำอย่างไรให้ลิปส์ติดทน</title>
		<link>http://beauty.yopi.co.th/%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%9b%e0%b8%aa%e0%b9%8c%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%99.html</link>
		<comments>http://beauty.yopi.co.th/%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%9b%e0%b8%aa%e0%b9%8c%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%99.html#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 04 Mar 2010 11:27:16 +0000</pubDate>
		<dc:creator>catherine</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Featured]]></category>

		<category><![CDATA[เคล็ดลับ]]></category>

		<category><![CDATA[ลิปส์ติดทน]]></category>

		<category><![CDATA[ทาลิปส์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://beauty.yopi.co.th/?p=2151</guid>
		<description><![CDATA[สวัสดีค่า พอดีว่าช่วงนี้ยังว่างๆอยู่ ต้องรีบมาอัพเดตอะไรดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านกันอีก ได้ข่าวว่าเพื่อนสาวของเคที่ถึงกับเปิดตำรา หาความรู้มาเขียนกันเลยทีเดียวนะเนี่ยะ อย่าลืมติดตามบทความของเคที่และเพื่อนสาวไปนานๆนะคะ ว่าแต่มาเข้าเรื่องกันดีกว่า เนื่องจากเคที่มีเรื่องที่ค้างคาไว้จากคราวที่แล้วก็คือการแต่งตา คั่นเวลาด้วยการดูแลผมไปแล้ว วันนี้จึงขอนำเสนอการทาลิปส์ให้อยู่ได้นานๆ ว่ามีเทคนิคอย่างไรกันนะที่จะทำให้ลิปส์ตินทน ไปดูกันเลย 

1.ลงพรีมเมอร์เพื่อรองพื้นให้ลิปส์ติดทน และเพิ่มความชุ่มชื่นก่อน โดยใช้นิ้วเกลี่ยพรีมเมอร์ไปรอบๆปากของคุณจนถึงบริเวณขอบริมฝีปาก แล้วใช้คอนซีลเลอร์แต้มรอยแตก รอยย่นบนริมฝีปากคุณ จากนั้นก็ลงรองพื้นปกติค่ะ ที่สำคัญลงแค่บางๆ ไม่ต้องเยอะหรือหนาจนเกินไปนะคะ เดี๋ยวจะทำให้เหนียวเนอะหนะและมีผลต่อริมฝีปากคุณได้ พยายามเช็ดส่วนที่เกินออกด้วยนิ้วมือที่สะอาดแล้วของคุณนี่แหล่ะค่ะเนียนและกะน้ำหนักได้ดีที่สุด ระวังเรื่องสีริมฝีปากกับสีของผิวหน้าของคุณด้วยนะคะ เพราะสีของรองพื้นอาจจะให้สีริมฝีปากกับสีผิวหน้าต่างกันได้ ซึ่งจะต้องเกลี่ยหรือเลือกใช้สีให้สมดุลกันนะคะ
 2.ลงดินสอเขียนขอบปากให้เห็นเส้นโค้งเว้าบนเรียวปากของคุณชัดขึ้น โดยพยายามเลือกดินสอเขียนขอบปากสีกลางๆ และต้องทำให้มันแหลมดีกว่า เพราะจะง่ายต่อการเขียนนะคะ และข้อแนะนำก็คือ คุณไม่จำเป็นต้องซื้อดินสอที่แมทกับลิปส์ แต่คุณต้องเลือกดินสอที่แมทกับสีปากคุณมากกว่า และหากว่าเส้นขอบปากดูเกินออกมาหรือเข้มไป ให้ใช้ทิชชูเช็ดออกเบาๆกำจัดเส้นเหล่านั้นค่ะ
3.จากนั้นใช้แปรงลงแป้งรองพื้น การลงแป้งหนาเกินไปจะทำให้ริมฝีปากคุณแห้ง ที่สำคัญมันจะดึงความชุ่มชื่นจากลิปส์ไป เพื่อให้ลิปส์ติดทนและดูสวยลงบางๆก็พอค่ะ แล้วใช้แปรงเกลี่ยและปัดส่วนที่เกินออก 
4.สุดท้ายลงลิปส์ติดทนยี่ห้อที่คิดว่าอยู่นานที่สุดบนริมฝีปากคุณ โดยใช้พู่กัน ซึ่งอย่ากังวลว่ามันจะเลอะเปื้อนนะคะเพราะการลงลิปส์โดยตรงจะทำให้ลิปส์ไม่ติดริมฝีปากค่ะ คุณอาจใช้นิ้วก้อยช่วยในการกระจายลิปส์และวาดตามส่วนโค้งของริมฝีปาก หากว่าเขียนพู่กันแล้วลิปส์เลอะหรือเกินขอบปากให้ใช้ทิชชูเช็ดออกเบาๆ
5.ลงทับอีกชั้นด้วยลิปส์กลอสบางๆไม่ต้องเยอะค่ะ ให้ลิปส์ติดทนยิ่งขึ้นและดูชุ่มชื่นแวววาว แต่คุณไม่ต้องเพิ่มลิปส์บริเวณรอยแตกนะคะ แค่กำจัดส่วนที่มันลอกออกมาหลังจากทาลิปส์กลอสก็พอ จะได้ดูเป็นธรรมชาติ
6.เวลาที่คุณลงลิปส์ อย่าห่วงว่าลิปส์ติดทนไม่ทน อย่าลืมนึกถึงเวลาอาหรือเผยอริมฝีปากแล้วลิปส์เนอะหนะติดปากไปหมดไม่สวยเลย ดังนั้นหลังทาลิปส์เรียบร้อยแล้วให้ใช้ทิชชูซับลิปส์ออกบางส่วน โดยเม้มริมฝีปากบนแผ่นทิชชูเบาๆ หลังจากนั้นค่อยแต่งตา ปัดแก้มให้สวยเด้งโดนใจต่อเลย 
7.เมื่อแต่งหน้าแต่งตาเสร็จ ให้ลงลิปส์อีกครั้งเพื่อให้ลิปส์ติดทนมากที่สุด แต่ระวังให้เส้นขอบปากยังดูโอเคอยู่ อย่าพยายามลงซ้ำนะคะ เดี๋ยวจะดูลอยเกินไป ทีนี้ก็ยิ้มกับกระจกดูสีริมฝีปากกับสีฟันของคุณว่าแมทกันจริงหรือเปล่า สีลิปส์เข้มไป อ่อนไปมั๊ย หรือถ้าหากว่าปากดูแห้งเกินไปก็ให้ใช้ลิปส์ที่มี emoillient สารที่เก็บกักความชุ่มชื่น หรือลิปส์แบบเนื้อแว๊กซ์ค่อยๆแตะเบาๆทับลิปกลอสอีกที นอกจากเก็บความชุ่มชื่นแล้วยังช่วยให้ลิปส์ติดทนตลอดวันอีกด้วย ระวังอย่าให้เลอะหรือเลยเส้นขอบปากนะคะ เดี๋ยวต้องเสียเวลาเติมใหม่อีกละก็แย่เลย 
สุดท้ายถ้าเพื่อนๆชาวโยพิ บิวตี้ มีวิธีทำให้ลิปส์ติดทนหรือเคล็ดลับเก๋ๆเกี่ยวกับการทาลิปส์ก็มาบอกกล่าวกันบ้างนะ ถ้าเคที่มีเวลาจะมาเม้าท์มอยด้วยทันทีเลย
]]></description>
		<wfw:commentRss>http://beauty.yopi.co.th/%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%9b%e0%b8%aa%e0%b9%8c%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%99.html/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>อาหารเสริมลดน้ำหนักทำได้ด้วยตัวเอง</title>
		<link>http://beauty.yopi.co.th/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81.html</link>
		<comments>http://beauty.yopi.co.th/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81.html#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 02 Mar 2010 15:38:27 +0000</pubDate>
		<dc:creator>note</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Featured]]></category>

		<category><![CDATA[สาระน่ารู้]]></category>

		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>

		<category><![CDATA[กล้ามเนื้อ]]></category>

		<category><![CDATA[อาหารลดน้ำหนัก]]></category>

		<category><![CDATA[อาหารเสริม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://beauty.yopi.co.th/?p=2112</guid>
		<description><![CDATA[  สวัสดีค่ะพบกับ note อีกแล้วนะคะ หายไปนานอีกพอสมควรเลย  ที่หายไปก็ไม่ได้หายไปไหนค่ะ มัวแต่พะวงกับน้ำหนักของตัวเองอยู่น่ะสิคะมีอย่างที่ไหนเผลอตามใจปากแปปเดียวน้ำหนักขึ้นพรวดๆๆๆ ไม่ได้ค่ะ note ในฐานะสาวแฟชั่นจะปล่อยปละละเลยให้ร่างกายดูไม่งามได้อย่างไร เมื่อรู้ตัวก็รีบจัดแจงหาวิธีลดน้ำหนักต่างๆนา ไม่ต้องไปหาจากไหนไกลก็อ่านเอาใน yopi beauty นี่แหละค่ะ แต่ครั้นทำตามไปก็นะ รู้สึกพอหุ่นเริ่มกลับมาเข้าที่เข้าทางอีกครั้งก็อยากได้ความฟิตแอนด์เฟิร์มอีกสักหน่อย มีกล้ามเนื้อน้อยๆพองาม ออกกำลังกายก็ดีแต่ note มีตัวช่วยในการที่ทำให้ note นอกจากจะกลับมามีรูปร่างที่สมส่วนด้วยการลดน้ำหนักแล้วยังเฟิร์มได้อีกด้วย นั่นคืออาหารเสริมค่า ฮิฮิฮิ แล้วอาหารเสริมที่จะช่วยให้ลดน้ำหนัก+มีร่างกายฟิตแอนด์เฟริมเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้เราดูเป็นสาวสุขภาพดียิ่งขึ้นนี่คืออะไร อยากรู้กันแล้วใช่มั้ย ตาม note มาเลยค่ะ

 
  อาหารเสริมที่ note จะแนะนำเป็นตัวช่วยในการลดน้ำหนักก็คือ โปรตีนบาร์ ค่ะ หลายคนคงรู้จักแล้วบ่นกันอุบอิบอุบอิบว่า ต๊ายย โปรตีนบาร์แท่งนึงไม่ใช่ถูกๆนะจ๊ะ ตก 150 บาท  กินวันละแท่งจะเอาเงินจากไหน เดือนนึงต้องจ่ายค่า เสื้อผ้า เครื่องสำอาง และอีกมากมาย เยอะแยะไปหมด ไม่มีเหลือมาเจียดซื้อโปรตีนบาร์อะไรนี่อีกหรอกจ้ะ อย่าเพิ่งบ่นกันค่ะ มาลองอ่านที่ note จะบอกก่อนนะคะ note จะบอกว่า เราไม่จำเป็นที่จะต้องไปเสียเงินซื้อราคาแพงๆเลย เพราะเราสามารถซื้อวัตถุดิบมาทำเองได้ง่ายๆราคารวมๆแล้ว ถูกมากกว่าการซื้อแบบสำเร็จตามสถานออกกำลังกายต่างๆอย่างแน่นอนค่ะ วิธีการทำก็แสนง่ายดายไม่จำเป็นต้องเป็นเชพมือทองก็ทำได้ เอาล่ะเรามาเริ่มวิธีการทำอาหารเสริมที่ลดน้ำหนักแล้วช่วยให้เราฟิตแอนด์เฟิร์มกันเลยดีกว่าค่ะ ก่อนอื่นเราก็ต้องเตรียมส่วนผสมดังต่อไปนี้นะคะ
1. ดาร์คช็อกโกแลต อันนี้เอาแบบเป็นแท่งๆที่มีขายตามซุปเปอร์มาร์เก็ตก็ไดค่ะ                                                                                                      
2.ผงไข่ขาวหรือผงโปรตีน
3.ถั่วต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นถั่วลิสง เม็ดมะม่วงหิมพานต์ หรือข้าวโอ๊ต ( เอาแบบที่คั่วเสร็จใหม่ๆนะคะ )
ขั้นตอนการทำ      1. นำเอา ดาร์คช็อกโกแลต ( ช็อกโกแลตที่ไม่ผสมน้ำตาล )มาหั่นเป็นท่อนๆชิ้นๆเล็กๆ เพื่อสะดวกต่อการละลายให้ง่ายที่สุดเตรียมไว้ลงในชามที่เป็นโลหะ หรือแสตนเลส
                               2. เตรียมภาชนะต้มน้ำให้เดือดจากนั้นนำชามแสตนเลสมาวางเพื่อละลายช็อกโกแลต โดยที่การละลายดาร์กช็อกโกแลตนั้นไม่ควรที่จะให้ตัวชามแสตนเลสหรือชามโลหะปะทะกับไฟโดยตรง
                               3. หลังจากช็อกโกแลตละลายให้เริ่มใส่ผงไข่ขาว หรือผงโปรตีนลงไปผสมแล้วคนให้เข้ากันโดยสามารถใส่ไปได้เรื่อยๆจนเริ่มจับกันเป็นก้อน
                               4. ใส่ถั่วลิสงหรือเม็ดมะม่วงหิมพานต์ลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากัน จากนั้นให้ตักเข้าพิมพ์ที่ต้องการ หรือจะอัดออกมาเป็นแท่งตามความพอใจ  ทิ้งไว้ให้เย็นพักหนึ่งแล้วเอาแช่ตู้เย็นไว้ แค่นี้ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย
     เป็นยังไงกันบ้างกับวิธีการทำอาหารเสริมเพื่อการลดน้ำหนักและเสริมสร้างกล้ามเนื้อเพื่อให้เรามีหุ่นที่สมส่วนและดูสุขภาพดีง่ายมากเลยใช่ไหมล้ะ การกิน โปรตีน ...]]></description>
		<wfw:commentRss>http://beauty.yopi.co.th/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81.html/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>อาหารบำรุงผม</title>
		<link>http://beauty.yopi.co.th/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b8%b3%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%a1.html</link>
		<comments>http://beauty.yopi.co.th/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b8%b3%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%a1.html#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 02 Mar 2010 14:19:20 +0000</pubDate>
		<dc:creator>catherine</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Featured]]></category>

		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>

		<category><![CDATA[อาหารบำรุงผม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://beauty.yopi.co.th/?p=2111</guid>
		<description><![CDATA[ 
สวัสดีค่ะ หนุ่มสาว และเพื่อนๆชาวโยพิ บิวตี้ เป็นอย่างไรกันบ้างกับหยุดยาวสามวันที่ผ่านมา หายเหนื่อยกันมั๊ยเอ่ย มาๆๆ ถ้าใครยังไม่หายเหนื่อยมาอ่านบทความของเคที่ไปเพลินๆก่อนดีกว่าเนอะ วันนี้เคที่ขอพูดเรื่องเกี่ยวกับผมแล้วกัน นั่นๆสงสัยล่ะซิว่าคราวที่แล้วพูดเรื่องตาแล้วทำไมมาพูดเรื่องผมซะงั้น ก็แหมหยุดยาวไปเนี่ยะ เคที่ไปตะลอนต่างจังหวัดกลางแดดอันแผดเผาทำให้ต้องสูญเสียสุขภาพผมที่ไม่ดีอยู่แล้ว แห้งเสียมากขึ้นอีก ก็เลยจัดบทความอาหารบำรุงผมนี้มาฝากหนุ่มๆสาวๆกันก่อนเพื่อจะเจอสถานการณ์อย่างเคที่ 
 
1.แซลม่อน  แซลม่อน เป็นอาหารบำรุงผมราคาแพงที่มีคุณประโยชน์ต่อผมอย่างแรง เพราะมันอุดมไปด้วยโอเมก้า 3 และโปรตีนสูงมั่กๆ ทั้งยังมีวิตามินบี 12 ที่เสริมสร้างธาตุเหล็ก
2.ผักใบเขียวเข้มปื้ด  ทำไมจะต้องหนีผักใบเขียวด้วยคะ ในเมื่อเจ้าพวกผักขม บล็อคโคลี่ นี้เป็นอาหารบำรุงผมที่เต็มไปด้วยวิตามินเอและซีที่บำรุงผมคุณอย่างน่ามหัศจรรย์ ร่างกายคุณจำเป็นต้องใช้วิตามินทั้งสองผลิตสารเคลือบเส้นผม 
3.ถั่ว  มีอะไรมากมายอยู่หลังถั่วหนึ่งเม็ดซึ่งคุณก็รู้ดี แน่นอนถั่วก็ย่อมจำเป็นต่อเส้นผมของคุณด้วย อาหารบำรุงผมประเภทพืชตระกูลถั่วที่มีฝักเช่น ถั่วเลนทิล ถั่วแดง เป็นสิ่งควรแก่การบริโภค มีโปรตีนมหาศาล ช่วยเสริมสร้างให้เส้นผมเจริญเติบโต และยังมีสังกะสี ไบโอทินและเหล็กที่เป็นอาหารบำรุงผมสำคัญอีกด้วย
4.ผลไม้เปลือกแข็ง  รู้มั๊ยว่าพวกผลไม้เปลือกแข็งต่างๆ เช่นมะม่วงหิมพานต์ อัลมอนต์ พีแคน เป็นแหล่งพลังงานที่ดีและเป็นอาหารบำรุงผมคุณให้เงางาม แข็งแรง วอลนัทมีกรดโอเมก้า3และกรดอัลฟ่า ไลโนเลซิดซึ่งดีต่อเส้นผม ลูกนัทเป็นแหล่งสังกะสีที่ดี และอาหารบำรุงผมอย่างอัลมอนต์ มะม่วงหิมมะพานต์กับพีแคน ต้องลองให้ครบล่ะ
5.สัตว์ปีก   ไก่งวงและไก่ธรรมดาให้โปรตีนแก่เส้นผมได้ดีทีเดียวค่ะ แต่อาหารบำรุงผมแบบนี้อย่ารับประทานมากเกินไป เดี๋ยวจะอ้วนนะคะ 
6.ไข่  ไข่มีสรรพคุณสารพัด ใครที่ไม่ชอบต้องหันมาชอบแล้วล่ะ ถ้าอยากให้ผมสลวยสวยเก๋ ไม่ว่าจะเป็นไข่ต้ม ไข่ดาว ไข่ตุ๋น จะไข่ไหนก็ให้โปรตีนแบบไข่ๆเป็นอาหารบำรุงผมของคุณได้จริงๆ 
7.ธัญพืชที่ไม่ผ่านการขัดสี  คุณจะประหลาดใจ เมื่อรู้ว่าเจ้าพวกธัญพืชเหล่านี้มีประโยชน์มหาศาล แหล่งอาหารบำรุงผมทั้งหนังศรีษะและเส้นผมของคุณ
8.หอยนางรม  ช่วยให้สุขภาพผมแข็งแรง ทั้งยังมีสารแอนตี้อกซิแดนซ์ สังกะสี ซึ่งเส้นผมต้องการ เพราะฉะนั้นอย่าทำให้มันปรากฏในจานอาหารเย็น แต่พยายามให้มันเป็นอาหารบำรุงผมในทุกๆมื้อโดยครีเอตเมนูให้หลากหลายออกไป 
9.นมโลว์แฟตมีแคลอรี่น้อย  รวมถึงโยเกิร์ตและนมไขมันต่ำ เป็นอาหารบำรุงผมที่มีแคลเซียมสำคัญต่อสุขภาพผม เป็นแร่ธาตุสำคัญในการเจริญเติมโตของผม บรรจุสารคาเซอินหรือโปรตีนจากนมโดยเฉพาะที่เป็นแหล่งโปรตีนที่มากกว่าสองเท่าจากแหล่งอื่น 
10.แครอท  แครอทมีวิตามินเอ ไม่เพียงบำรุงหนังศรีษะและยังช่วยให่ผมเงางามมีประกายความชุ่มชื่น มาเคี้ยวอาหารบำรุงผมอย่างแครอทกันเถอะค่ะ 
11.เนื้อวัว  ถ้าไม่อยากมีคอเลสเตอรอลสูงนัก เลือกทานเนื้อสักสองครั้งต่อสัปดาห์ก็ได้ค่ะ อาหารบำรุงผมประเภทนี้แม้ว่าเนื้อช่วยดูแลผมบำรุงหนังศรีษะของคุณได้เช่นกัน เพราะมันมีทั้งสังกะสี เหล็กและวิตามินรวมต่างๆ แต่ก็ไม่ควรรับประทานเยอะเกินไปนะ
12.ข้าวกล้อง  มีคาร์โบไฮเดรต มีวิตามินบี และไฟเบอร์ ...]]></description>
		<wfw:commentRss>http://beauty.yopi.co.th/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b8%b3%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%a1.html/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>อาหารก่อมะเร็ง</title>
		<link>http://beauty.yopi.co.th/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%87.html</link>
		<comments>http://beauty.yopi.co.th/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%87.html#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 23 Feb 2010 12:38:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>paullie</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>

		<category><![CDATA[มะเร็ง]]></category>

		<category><![CDATA[สารก่อมะเร็ง]]></category>

		<category><![CDATA[สาเหตุของมะเร็ง]]></category>

		<category><![CDATA[อาหาร]]></category>

		<category><![CDATA[อาหารก่อมะเร็ง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://beauty.yopi.co.th/?p=1030</guid>
		<description><![CDATA[มะเร็งจัดว่าเป็นโรคร้ายอันดับต้น ๆ ที่คร่าชีวิตของมนุษย์ สาเหตุของมะเร็งนั้นก็มีอยู่มากมาย แต่สิ่งใกล้ตัวของเราที่เป็นสาเหตุมะเร็งนั้นก็คือ อาหาร มันเป็นสิ่งที่ทำให้มนุษย์มีชีวิตแต่ก็มีโทษเช่นกันเมื่อกินอย่างผิดผิด อาหารก่อมะเร็งจึงไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยสำหรับเราอีกต่อไปแล้ว เพราะเมื่อมะเร็งเกิดเงินเท่าไหร่ก็ไม่สามารถหยุดความเจ็บปวดหรือยื้อชีวิตคุณไว้ได้ บางรายเมื่อรู้ตัวว่าเป็นมะเร็งนอกจากจะรักษาด้วยการแพทย์สมัยใหม่แล้ว เขายังหันมาใส่ใจตัวเองด้วยอาหารที่เขากิน เพราะถ้ากินอาหารผิด ก็สามารถกระตุ้นเซลล์มะเร็งได้ มีอาหารมากมายที่เป็นอาหารก่อมะเร็ง บางทีเราอาจมองข้ามมันเพราะบางอย่างเราก็รู้อยู่แล้วว่ามันมีประโยชน์ แต่อาหารที่มีประโยชน์อาจเป็นอาหารก่อมะเร็งได้ทันที เมื่อกินอย่างไม่ถูกต้อง ฉะนั้นเรามาดูกันเลยดีกว่าว่าอาหารก่อมะเร็ง


พริกไทยดำ ใครจะคิดว่าเป็นอาหารก่อมะเร็งล่ะคะ ในเมื่อกระแสเค้ามาแรงเหลือเกินในเรื่องช่วยลดความอ้วน เพราะมันสามารถไปดักจับไขมันที่เรากินไปได้ แต่ที่จริงแล้วมันเป็นอาหารก่อมะเร็งค่ะเนื่องจากในพริกไทยดำมีสารอัลคาลอยด์ ไพเพอร์ริน เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะทำปฏิกิริยากับกลุ่มไนโตรเจน กลายเป็นสารก่อมะเร็ง มะเร็งที่อาจพบได้คือ มะเร็งตับ มะเร็งปอด และมะเร็งผิวหนังดังนั้นครก็ตามที่ชอบเมนูอาหารที่มีส่วนประกอบของพริกไทยดำทั้งหลายก็อย่ากินบ่อยเกินไปซะล่ะ
 

 
เฟรนซ์ฟราย อาหารยอดฮิตเมื่อไปกินในร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ด กินเพลินจนไม่รู้โทษของมันเลยว่าเป็นอาหารก่อมะเร็งตัวฉกาจเพราะเมื่อผ่านกระบวนการทอดในอูณหภูมิที่สูง 180 องศาเซลเซียส มันจะเกิดสาร อะครีลาไมด์ ซึ่งเป็นสาเหตุของมะเร็ง มะเร็งทีอาจพบ คือ มะเร็งรังไข่ มะเร็งปากมดลูก และมะเร็งเต้านม อย่าเพิ่งได้ใจไปในบุคคลที่บอกว่า อ่อชั้นปลอดภัย เพราะชั้นไม่ชอบกินอะไรพวกนี้อยู่แล้ว เพราะว่า อาหารทุกชนิดที่มีกระบวนการทอดด้วยอุณหภูมิที่สูงนั้น ย่อมมีโอกาสที่จะทำให้เกิดโรคมะเร็งได้ด้วยเช่นเดียวกัน



นมวัว อาหารที่เป็นแหล่งโปรตีนชั้นดี ใครจะคิดว่าเป็นอาหารก่อมะเร็งล่ะคะ แน่นอนค่ะว่าถ้ากินอย่างถูกต้องมันย่อมเป็นผลดี แต่ถ้ามีการกินเนื้อสัตว์และไขมันสัตว์สูงด้วยมันก็จะกลายเป็นอาหารก่อมะเร็งนะคะ และอาจเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง เช่น มะเร็งตับ มะเร็งเต้านม มะเร็งต่อมลูกหมากได้อีกด้วย




ซอสปรุงรส เป็นตัวช่วยที่ทำให้อาหารมีรสชาดอร่อยขึ้น เลยมองข้ามความอันตรายของมัน แท้จริงแล้วมันก็เป็นอาหารก่อมะเร็งเช่นกัน เพราะมันมีสาร 3-MCPD และ 1,3-DCP อาจสร้างความละคายเคืองลำคอ กระเพาะอาหาร และอาจเป็นอาหารก่อมะเร็งได้ที่ไต ทำให้เป็นมะเร็งที่ไต และทำให้ตัวอสุจิเคลื่อนไหวช้ากว่าปกติ มีผลต่อภาวะเจริญพันธุ์อีกด้วย
ขนมกรุบกรอบ ขนมประเภทนี้ก็เป็นอาหารอีกประเภทหนึ่งที่อาจก่อให้เกิดโรคมะเร็งต่อเราได้ เพราะขนมประเภทนี้นอกจากจะใช้ความร้อนในการทอดเหมือนกับพวกเฟรนช์ฟรายแล้ว ยังมีปัจจัยอีกหลายอย่างที่อาจก่อให้เกิดโรคมะเร็งได้อีกด้วยไม่ว่าจะเป็นการใช้น้ำมันในการทอดที่อาจจะไม่ได้มีการเปลี่ยนน้ำมันทอด โดยใช้วนซ้ำๆทำให้เกิดสารก่อมะเร็งในน้ำมันและจับตัวที่อาหารที่ใช้น้ำมันนั้นทอดก็เป็นได้
สรุปแล้ว อาหารสมัยนี้ล้วนแล้วแต่มีความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดโรคมะเร็งกับผู้รับประทานได้ แต่ว่าการเป็นโรคมะเร็งไม่ใช่ขึ้นอยู่กับอาหารการกินเพียงอย่างเดียวมันขึ้นอยู่กับหลายๆปัจจัยด้วยกัน อาทิเช่น สิ่งแวดล้อม สารเคมี สารพิษต่างๆที่ถูกผลิตขึ้นมามากมายในปัจจุบัน เพราะฉะนั้นอย่าได้กังวลเรื่องอาหารที่ได้กล่าวถึงไปแล้วมากนัก ที่เอามาให้ได้ศึกษากันก็เป็นเพียงแค่ตัวอย่างที่อยากให้ทุกคนได้รู้เท่าทัน และพยายามหลีกเลี่ยงไม่รับประทานมากเกินความจำเป็น เพราะสิ่งต่างๆถ้าเราสามารถทำให้มันพอดีกับเรา ก็ไม่มีผลกระทบอะไรที่น่าเป็นห่วงมากนักกับเราค่ะ ที่สำคัญไม่ว่าคุณจะแข็งแรงขนาดไหนก็ตาม ก็อย่าลืมออกกำลังกายด้วยนะคะ เพราะการออกกำลังกายเป็นยาสุดวิเศษที่จะช่วยให้คุณมีสุขภาพแข็งแรงห่างไกลจากโรคภัยได้อย่างแน่นอนค่ะ
]]></description>
		<wfw:commentRss>http://beauty.yopi.co.th/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%87.html/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>แต่งตาแบบสโม้คกี้อาย&#8230;ยังไงให้เด่น</title>
		<link>http://beauty.yopi.co.th/%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%84%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2.html</link>
		<comments>http://beauty.yopi.co.th/%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%84%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2.html#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 22 Feb 2010 10:47:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>catherine</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[เคล็ดลับ]]></category>

		<category><![CDATA[เทรนด์]]></category>

		<category><![CDATA[สโม้คกี้อาย]]></category>

		<category><![CDATA[แต่งตาสโม้คกี้อาย]]></category>

		<category><![CDATA[แต่งตาแบบสโม้คกี้อาย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://beauty.yopi.co.th/?p=1987</guid>
		<description><![CDATA[สวัสดียามสายๆของวันแรก ณ สัปดาห์สุดท้ายในเดือนแห่งความรักนะคะ อ่าวๆ งงกันใหญ่ เอาเป็นว่าสวัสดีกันอีกครั้งสำหรับเพื่อนๆชาวโยพิ บิวตี้ ค่ะ เป็นไงกันบ้างเอ่ย กับของขวัญวาเลนไทน์ที่เคที่นำเสนอ ตามติดๆด้วยเรื่องทรงผมง่ายๆ ที่เอาไว้ใช้เวลาเร่งรีบ เอาไปใช้กันบ้างหรือเปล่าน๊า  ไม่เป็นไรค่ะ ถ้าไม่ได้ใช้แค่แวะเข้ามาอ่านเคที่ก็ดีใจสุดๆแล้วล่ะ ว่าแต่วันนี้เอาเรื่องอะไรมาฝากดีน๊า&#8230; เอาเรื่องการแต่งตาแล้วกันค่ะ พอดีช่วงนี้เบื่อๆกับหน้าตาตัวเองเหลือเกิน มองไปทางไหนสาวๆเขาก็แข่งกันสวยเริ่ดดูดีกันไปหมด เคที่จึงเกิดปิ๊งแฟชั่นแต่งตาแบบสโม้คกี้อายที่บังเอิ๊นๆไปเจออยู่เว็บไซด์หนึ่ง อดไม่ได้ที่จะนำเคล็ดลับการแต่งตาแบบสโม้คกี้อายมาฝากสาวๆกัน ไปดูกันเลยดีกว่า
1.การแต่งตาแบบสโม้คกี้อายลงลิปส์สีนู๊ดหรือสีอ่อนๆที่สุด สาวๆบางคนมักทาลิปส์สีเข้มทั้งที่แต่งตาแบบสโม้คกี้อาย ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่ผิดนะคะ เพราะนอกจากหน้าของเราจะดูเข้มเกิ๊นการเน้นจุดสนใจหรือความเก๋ไก๋ของใบหน้าจะไม่มี เพราะคุณจะเด่นทั้งปากและตา ซึ่งดูลิเกไปหน่อยไม่แหล่มเลยค่ะ ดังนั้นต้องเลือกลิปส์สีอ่อนๆหรือสีนู๊ดๆจะดีที่สุดนะคะ
2.การแต่งตาแบบสโม้คกี้อาย ควรเน้นการ ดัด และปัดขนตาให้โค้ง งอน และเด้ง พร้อมกับเน้นมาสคาร่าสีแจ่มๆ ไม่ว่าจะเป็น สีม่วง หรือสีน้ำเงิน หรือแดง เพื่อให้ดูตัดกับเปลือกตาสีสโม๊คกี้อายของคุณมากขึ้น เพิ่มความคมชัด แค่นี้ก็เริ่ดแล้ว

3.การแต่งตาแบบสโม้คกี้อาย ควรเลือกอายไลนเนอร์ที่เป็นดินสอจะ ดีที่สุดค่ะ เพราะเขียนสะดวกและลบง่ายกว่าอายไลน์เนอร์แบบเจลหรือแบบพู่กันที่มักเลอะทั้งเวลาแต่งและเหงื่อออก ที่สำคัญหากต้องการเติมความคมชัด ก็ทำได้โดยไม่ต้องเช็ดออกแต่งใหม่ให้เสียเวลา
4.การแต่งตาแบบสโม้คกี้อาย อาจเพิ่มอายแชโว์สีโทนกลางๆ หรือโทนสีเพชรพลอย เช่น น้ำเงินบุษราคัม ม่วงเข้ม น้ำตาลทอง จะทำให้หน้าคุณดูสวย เซ็กซี่ มีระดับ ไม่ทำให้ดูอมทุกข์จนเกินไป
5.การแต่งตาแบบสโม้คกี้อาย มีวิธีประหยัดตังค์ด้วยการผสมผสานอายแชโดว์และอายไลนเนอร์ในปริมาณที่ใกล้เคียง ที่สำคัญเอาอายแชโดว์ผสมน้ำด้วยก็ยิ่งดีค่ะ ทั้งเนียนทั้งไม่เปลืองด้วย
6.การแต่งตาแบบสโม้คกี้อาย หากว่าคุณเป็นสาวร่าเริง แต่อยากตาโตหรือตามแฟชั่นสโม้คกี้อาย การแมทสีอ่อนๆลงไป จะเพิ่มความเปรี้ยวซ่าและสดใสได้ดีทีเดียวค่ะ
7.การแต่งตาแบบสโม้คกี้อาย เพิ่มชิมเมอร์เน้นบางส่วน เพื่อเสริมมิติแก่ใบหน้า เป็นเทคนิคที่ต้องใช้กับการแต่งหน้าของสาวๆอยู่แล้วค่ะ ดังนั้น การเน้นชิมเมอร์สำหรับการแต่งตาแบบสโม้คกี้อาย อาจทำได้ที่ใต้คิ้วหรือเปลือกตาบนเพียงเส้นเดียว อย่าให้เยอะและหนาจนเกินไปนะคะ ไม่งั้นจะดูเยิ้มและมันแทน
8.การแต่งตาแบบสโม้คกี้อาย ด้วยการทำอายแชโดว์ฟุ้งๆเป็นเคล็ดลับการปกปิด อายไลนเนอร์เลอะๆ หรือในกรณีที่คุณเหลือเวลาแต่งหน้าใน 1 นาทีสุดท้าย คุณก็อาจใช้วิธีนี้ในการปิดเส้นอายไลน์เนอร์อันไม่พึงประสงค์ได้นะคะ
9.การแต่งตาแบบสโม้คกี้อาย โดยทำให้สโม้คกี้อายของคุณ มีเส้นและเปลือกตาสวยสมบูรณ์ แนะนำให้กรีดเส้นอายไลน์เนอร์ที่ขอบตาด้านในด้วยแต่ระวังอย่าให้เข้าตานะคะ พยายามให้เส้นอยู่ที่โคนของขนตา เพราะเส้นอายไลน์เนอร์ที่สวยจะต้องอยู่ชิดเส้นขอบตาล่างของเปลือกตาให้มากที่สุด
]]></description>
		<wfw:commentRss>http://beauty.yopi.co.th/%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%84%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2.html/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ทรงผมง่ายๆ&#8230;เมื่อเวลารีบเร่ง</title>
		<link>http://beauty.yopi.co.th/%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%86.html</link>
		<comments>http://beauty.yopi.co.th/%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%86.html#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 10 Feb 2010 13:23:43 +0000</pubDate>
		<dc:creator>catherine</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[เคล็ดลับ]]></category>

		<category><![CDATA[ทรงผมง่ายๆ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://beauty.yopi.co.th/?p=1800</guid>
		<description><![CDATA[ห้าวววว&#8230;ตื่นแต่เช้าไปทำงาน ทำให้อ่อนล้าเมื่อยตาอย่างนี้ล่ะค่ะ ว่าแต่วันนี้แต่งหน้าทำผมมาหรือเปล่าเอ่ย เคที่เชื่อว่าส่วนใหญ่ต้องตอบว่าแน่นอนเพราะต่อให้ง่วงแค่ไหนก็ต้องขอเติมสักหน่อยให้พอส่งสายตาหวานซึ้งกับหนุ่มๆได้บ้าง  ซึ่งจากประสบการณ์ของเคที่เอง จึงทำให้เห็นปัญหาของสาวๆ โดยเฉพาะเรื่องหน้าและผมทำให้ต้องรีบไปหาเคล็ดลับมาฝากเพื่อนๆกัน แต่ถ้าจำไม่ผิด บทความเกี่ยวกับเทคนิคการแต่งหน้าก็มีเยอะแล้ว เคที่จึงภูมิใจนำเสนอเคล็ดลับการทำทรงผมง่ายๆดีกว่า

 

ในกรณีที่ผมยุ่งเหยิงยากแก่การเหยียวยา เคที่แนะนำทรงผมง่ายๆ คือ
 

1.หาหมวกใส่เมื่อยามอยู่นอกสถานที่ค่ะ นอกจากบดบังความอนาถของผมแล้วยังบังแดดได้ด้วยล่ะ
2.ยามอยู่ในสถานที่ร่มและคนมากมายจนอาจกลายเป็นเป้าสายตา เคที่ว่าทรงผมง่ายๆทรงใดไม่เท่าติดกิ๊บหรือใส่ที่คาดผมให้น่ารักไปอีกแบบค่ะ แต่อย่าให้มันมากไปล่ะ ติดแน่นทุกพื้นที่ผมแบบว่าไม่กระดิกซักเส้นก็ไม่ไหวนะคะ
3.แต่ถ้าไม่ไหวจะเคลียร์และกลัวต้องออกไปพบลูกค้า เคที่แนะนำทรงผมง่ายๆ ให้รวบผมเป็นมวย ยิ่งถ้าไปงานที่ไม่เป็นทางการมากก็ทำเป็นมวยแบบยุ่งๆ(ซึ่งผมคุณอาจจะยุ่งอยุ่แล้ว)ก็อินเทรนด์ทรงผมง่ายๆสไตล์เกาหลีนิยมได้ไม่ว่ากัน
 

ในกรณีที่ผมยังดูดี แค่ต้องการมีสไตล์แปลกใหม่แต่ทรงผมง่ายๆแก่การออกแบบ
1. รวบผมเป็นหางม้าทรงผมง่ายๆ ที่ใครว่าเชย แต่เคที่ไม่เห็นด้วยคนหนึ่งล่ะ เพราะว่าสาวๆตามพรมแดงและแคตว๊อกทั้งไทยและเทศทั้งหลายก็นิยมรวมผมหางม้าที่ดูเป็นทรงผมง่ายๆทรงนี้ไม่ว่าจะผมตรงหรือผมลอน รวบตรงกลาง รวบด้านข้างซ้ายขวา ก็ฮิตตลอดเลย ผมหางม้า ยังไงซะ ก็ทำให้คุณดูคล่องแคลว มั่นใจ โฉบเฉี่ยว และเซ็กซี่ได้ตลอด คำเตือน การรวบผมหางม้าไม่เหมาะกับผู้ที่มีผมน้อยและหน้าใหญ่ อิอิ แต่ถ้าไม่ไหวจริงๆ อยากรวบก็ไม่ต้องสนใจคำแซวของเพื่อนฝูงหรือหนุ่มที่ไหนค่ะ ถ้าทำทรงไหนแล้วเรามั่นใจก็อย่าได้แคร์
2. ทรงผมง่ายๆ แบบรวบครึ่งศรีษะ อาจจะดูเรียบร้อยเกินไปสำหรับบางคน เคที่ขอนำเสนอการทำจุกเพื่อปักปิ่นเก๋ๆอันเล็กๆสักชิ้น หรือจะติดกิ๊บเพื่อเก็บผมที่ชี้ฟู ในองศาที่ทำให้คุณดูดีก็ได้ค่ะ
3. ถ้าคุณมีผมตรงสลวยสวยงามอยู่แล้วหรือบังเอิญว่าวันนี้ผมคุณเป็นระเบียบเรียงเส้นสวยไม่งอแง แนะนำว่าไม่ต้องทำทรงผมง่ายๆอะไรเลย แค่หวีให้เข้าที่ก็พอแล้วค่ะ เพราะผมคุณสวยอยู่แล้ว จะเสียเวลาทำไม เอาเวลามาแต่งหน้าให้สวยๆเริ่ดๆดีกว่าเนอะ
4. แต่ถ้าเบื๊อ เบื่อผมตรงๆหรือผมหยักแบบไม่มีทิศทาง แล้วมีเวลานิดๆหน่อยๆ เอางี้ค่ะ หยิบที่ดัดผมมาดัดลอนกว้างแบบง่ายๆ ที่ปลายผมซัก 15 เซนติเมตร  อาจจะซัก 2-3 ลอนก็พอค่ะ เท่านี้ก็ได้ทรงผมง่ายๆที่ดูไฮโซแล้ว
5. ทรงผมง่ายๆ แบบก้าวมวยเรียบหรือมวยยุ่งสไตล์วัยรุ่น ก็เก๋ สบายและคล่องตัวดีนะคะ
 

ถ้าใครมีไอเดียทำทรงผมง่ายๆแต่แปลกใหม่ ดูดี น่ารัก เพิ่มเติมก็เม้นท์มาบอกเคที่ได้นะ เดี๋ยวจะรีบมาอัพเดตให้เพื่อนๆฟังเร็วๆ ค่า
 

]]></description>
		<wfw:commentRss>http://beauty.yopi.co.th/%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%86.html/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>แต่งหน้าตามเทรนด์แฟชั่น 2010</title>
		<link>http://beauty.yopi.co.th/%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%9f%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99.html</link>
		<comments>http://beauty.yopi.co.th/%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%9f%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99.html#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 09 Feb 2010 17:29:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator>note</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Featured]]></category>

		<category><![CDATA[ความงาม]]></category>

		<category><![CDATA[เครื่องสำอาง]]></category>

		<category><![CDATA[แฟชั้น2010]]></category>

		<category><![CDATA[แต่งหน้า]]></category>

		<category><![CDATA[แต่งหน้าแฟชั่น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://beauty.yopi.co.th/?p=1750</guid>
		<description><![CDATA[สวัสดีค่ะทุกคนเราก็เจอกันอีกแล้วนะคะหลังจากที่ note หายไปพักหนึ่งคิดถึงกันมั่งรึเปล่าเอ่ย อ้ะเงียบ&#8230;..ไม่มีเสียงตอบรับจากหมายเลขที่ท่านเรียกซะงั้น  ไม่เป็นไร note จะถือว่าทุกคนคิดถึง note ก็แล้วกันนะคะ ฮิฮิฮิ เมื่อ 2 ครั้งก่อนที่เราเจอกันเราได้พูดถึงเรื่อง เทรนด์ทรงผม แล้วก็การแต่งกายกันไปแล้ว คราวนี้จะพลาดเรื่องเราวของสีสันบนใบหน้าได้ยังไง เพราะฉะนั้นวันนี้ note ก็จะขอพูดถึงเรื่องการแต่งหน้าตามเทรนด์แฟชั่น 2010 กันซะหน่อยดีกว่า  การแต่งหน้าเป็นเรื่องที่ผู้หญิงหลายๆคนใช้เวลาหมดไปกับการแต่งหน้ากันมากมาย เพราะเราอยากจะแต่งหน้าเพิ่มสีสรรบนใบหน้าของเราให้สวยพร้อมสร้างความมั่นใจนะสิ คงมีหลายคนเลยทีเดียวที่คิดว่า ถ้าไม่ได้แต่งหน้าออกจากบ้านจะไม่มีความมั่นใจเอาซะเลย  แต่ครั้นจะแต่งหน้าแบบไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลยก็ดูไม่ดี เพราะฉะนั้นเราจะต้องรู้เท่าทันโลกของแฟชั่นเอาไว้เพื่อเวลาแต่งหน้าออกมาจะได้เสริมสร้างความมั่นใจให้ตัวเองได้อย่างมากมาย
 มาที่การแต่งหน้าในรุปแบบแรกที่กูรูด้านแฟชั่นเค้าต่างก็พากันเดินตบเท้าออกมาแทบจะแนวทางเดียวกันเลยนั่นก็คือ การแต่งหน้าแนวดิจิตอล แล้วแนวดิจิตอลที่ว่าเป็นยังไงล่ะ  การแต่งหน้าแนวดิจิตอลก็เป็นไปในรูปแบบที่การใช้สีสรรในการแต่งหน้าที่ค่อนข้างเข้ม พร้อมกับการตกแต่งหน้าให้เป็นแบบคม โฉบเฉี่ยว ไม่ออกแนวสดใสเท่าที่ควร สีจะไม่อ่อนบางจนเกินไป แต่จะเน้นความเข้มของสีสรรทำให้การแต่งหน้ามีมิติมากยิ่งขึ้น พร้อมกับการใช้สีที่บ่งบอกหรือแสดงเอกลักษณ์เฉพาะตัว เช่น ถ้าโดยปรกติเราเป็นคนชอบแต่งหน้าโทนสีชมพู เราก็เพิ่มมิติของสีชมพูด้วยการใช้สีชมพูที่เข้มขึ้นและแรงขึ้นกว่าปรกติที่เราเคยใช้ กล่าวคือ ทุกอย่างบนใบหน้าไม่ต้องมีอะไรเพิ่มเติมใหม่เลย เพียงแค่ปรับการแต่งหน้าใหม่โดยใช้สีบนโทนหน้าให้จัดจ้านพร้อมกับการเน้นตำแหน่งต่างๆบนใบหน้าให้โดดเด่นขึ้นกว่าเดิมเท่านั้นเอง  แต่ถ้าตำแหน่งไหนโดดเด่นจนไม่อยากให้เด่นอยู่เราก็ไม่ต้องเน้นหนักให้เข้มจนส่วนนั้นโดดเด่นเด้งออกมาจากใบหน้ามากก็ได้นะจ๊ะ ถ้าไม่อย่างนั้นแทนที่หน้าเราจะสวยงามเพราะการแต่งหน้า จะหลายเป็นว่าการแต่งหน้าจะไปทำลายความงามบนใบหน้าไปซะก่อน แถมโดนคนบนท้องถนนมองว่าเราแต่งหน้าไม่เป็น หรือแต่งหน้าเหมือนคนบ้าอีกต่างหาก การแต่งหน้าแนวนี้ถ้าใช้สีสดสด ก็เห็นควรว่าจะเหมาะกับการแต่งตัวที่ค่อนข้างมีสีสรร หรือแนวที่มีลายกราฟฟิกเก๋เก๋ ตามเทรนด์การแต่งตัวที่ได้เคยพูดกันไปก่อนหน้านี้แล้วนั่นเอง

และต่อยอดจากการที่แฟชั่นปีนี้จะมาแนวสีเข้มๆอย่างเอิร์ทโทน การแต่งหน้าสีสรรก็ต้องไปด้วยกันได้เป็นอย่างดีแบบเก๋เก๋ เพราะฉะนั้นการแต่งหน้าด้วยแนวสีแบบนู้ดๆไม่สีสรรที่รุนแรงจนเกินโทนสีของการแต่งกายมากนักจึงเป็นอีกแนวทางการแต่งหน้าอีกแบบหนึ่งที่จะอินเทรนด์กับการแต่งหน้ามาแรงปี 2010 นี้อย่างแน่นอน แต่ถ้าสาวๆอินเทรนด์อย่างพวกเรากลัวว่าการแต่งหน้าแบบนี้จะดูทะมึนๆหม่นหมองไปหรือเปล่าไม่มั่นใจเอาซะเลย note ก็ขอแนะแนวทริปเพิ่มเติมเล็กน้อยว่า ให้ใช้ลิปสติกสีหวานๆ มาทาพร้อมกับใช้กลอสลงให้ปากดูวาวอวบอิ่ม เพื่อลดดีกรีความหม่นลงพร้อมกับเพิ่มความสดใสไปในตัว ได้อีกด้วยนะจ๊ะ  ข้อควรระวัง อย่าลงกลอส ให้เยอะจนเกินไปไม่อย่างงั้นโดนหาว่ากินข้าวมันไก่ไม่เช็ดปากนะจ๊ะ

แล้วสำหรับสาวที่ชื่นชอบการแต่งตัวด้วยสีสรรสดใสตามแฟชั่นที่ได้พูดถึงไปเมื่อคราวที่แล้วนี้ล่ะจะแต่งหน้ายังไง ถึงจะอินเทรนด์แบบสุดสุดในปี2010นี้กันน้า แน่นอนว่าเมื่อเสื้อผ้าสีสรรสดใสลายกราฟฟิกอยู่บนตัวที่ มีทั้งสีสรรที่ทั้งสดใสและจัดจ้านขนาดนั้น ถ้าจะให้แต่งหน้าแนวดิจิตอลเอาสีฉูดฉาด ไม่อยากจะคิดเลยทีเดียวว่าจะออกมาแนวไหนยังไง สภาพคงดูเหมือนแปลงผักสวนครัวแบบระเกะระกะอย่างแน่แท้ทีเดียวเชียว ดังนั้นสำหรับสาวๆที่ชื่นชอบการแต่งตัวแนวนี้หรือมีความจำเป็นที่จะต้องแต่งตัวแนวนี้ ก็ควรที่จะแต่งหน้าออกแนวสดใส การแต่งหน้าแนวสดใสไม่ได้บอกให้ใช้สีสดสดนะคะ แต่หมายถึงแต่งหน้าให้ออกมาดูเบาสบายไม่หนาไม่เยอะจนเกินไป พูดได้ง่ายๆว่าแต่งให้หน้าของตัวเองดูแบบธรรมชาติที่สุดแต่ในขณะเดียวกันก็เลือกใช้สีที่ค่อนข้างอ่อนหวาน อย่างสีชมพูหรือแดงแต่เป็นแดงไม่ต้องสดมาก เพื่อเบรคให้ลุ๊คของสาวๆไม่เปรี้ยวจนกินไม่ได้จนเกินไป ซึ่งการแต่งหน้าแบบนี้จะช่วยให้คุณสาวๆดูเบาสบาย เหมาะกับการแต่งกายอินเทรนด์ตามแฟชั่นอย่างแน่นอน
 
สุดท้ายอยากจะฝากข้อคิดให้สาวๆที่รักในแฟชั่นก่อนนะว่า ถ้าสรุปแล้วการแต่งหน้าที่คาดว่ามาแรงในปีนี้จะเป็นอย่างไร ไม่ว่าสาวๆจะชอบหรือไม่ชอบก็ขอบอกไว้เลยว่า การแต่งหน้าไม่ว่าแนวไหนก็อินเทรนด์ได้ ถ้าหากเรารุ้จักที่จะแต่งหน้าให้เป็น เพราะการแต่งหน้าได้กับแต่งหน้าเป็นนี่ต่างกันมาก แต่งหน้าเป็นที่ว่าคือการแต่งหน้าให้เข้ากับตัวเรา บุคลิกของเรา เพราะถ้าการแต่งหน้าของเราเข้ากับเราและแสดงออกถึงบุคลิกของตัวเราเองได้แล้วนั้น ไม่ว่าวันไหนๆคุณสาวๆก็จะสามารถสวย สดใส ...]]></description>
		<wfw:commentRss>http://beauty.yopi.co.th/%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%9f%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99.html/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ของขวัญวาเลนไทน์&#8230;ถูกใจแฟน</title>
		<link>http://beauty.yopi.co.th/%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%99%e0%b9%8c.html</link>
		<comments>http://beauty.yopi.co.th/%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%99%e0%b9%8c.html#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 03 Feb 2010 14:06:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>catherine</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[เคล็ดลับ]]></category>

		<category><![CDATA[เทรนด์]]></category>

		<category><![CDATA[ของขวัญวาเลนไทน์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://beauty.yopi.co.th/?p=1771</guid>
		<description><![CDATA[ของขวัญวาเลนไทน์&#8230;ถูกใจแฟนสาว

1.ของขวัญวาเลนไทน์&#8230;เซตโรแมนติกวาเลนไทน์
คุณอาจจะทุ่มเทเต็มที่เพื่อวาเลนไทน์ด้วยของขวัญวาเลนไทน์ชุดโรแมนติกวาเลนไทน์ ทั้งช็อกโกแลต การ์ดสวยๆกับข้อความแสนหวาน กุหลาบช่อโต เชมเปญสักขวด
2.ของขวัญวาเลนไทน์&#8230;ชุดอาบน้ำแสนโรแมนติก
สาวๆส่วนใหญ่ไม่ปฏิเสธของขวัญวาเลนไทน์ประเภทนี้แน่ๆค่ะ เพราะมันทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลายและแปลกใหม่ที่จะลอง ที่สำคัญเธอยินดีนำเสนอกลิ่นหอมๆบนตัวเธอให้คุณได้ร่วมสัมผัสด้วยนะ ดีมั๊ยเอ่ย

3.ของขวัญวาเลนไทน์&#8230;หวานสวยเก๋มีราคาสลักชื่อคู่กัน
เรื่องแหวนคู่หรือแหวนสลักชื่อถือว่าเป็นของขวัญวาเลนไทน์ที่คลาสสิคตลอดกาล เพราะผู้หญิงปรารถนาแหวนจากชายที่รักเสมอจริงๆนะ
4.ของขวัญวาเลนไทน์&#8230;เซตสวยแบบสปา
เรื่องสวยๆงามๆนี่เป็นของคู่กันกับสาวๆอยู่แล้วล่ะค่ะ ยิ่งถ้าหนุ่มคนไหนที่แฟนชอบไปขัด ไปนวดที่สปา เธอคงจะปลื้มน่าดูเชียว
5.ของขวัญวาเลนไทน์&#8230;รวมมิตรขนมอร่อยเพื่อสุขภาพ
เน้นนะคะว่าสุขภาพนิดหนึ่ง เพราะคุณก็รู้นิว่าผู้หญิงมักจะกลัวอ้วน ถึงแม้จะเป็นของขวัญวาเลนไทน์แต่จะซื้อของหวานๆให้ก็ดูจะทำร้ายหรือตอกย้ำเธอเข้าไปใหญ่ เปลี่ยนเป็นพวกขนมโลว์แฟต
ไขมันต่ำ และขนมเพื่อสุขภาพดีกว่านะ
6.ของขวัญวาเลนไทน์&#8230;กลอนหวานเจี๊ยบกับของขวัญเก๋ๆ
เมื่อวานก็รัก วันนี้รักเธอ พรุ่งนี้ก็รักเธอ พอใจที่มีเธอ&#8230; เอาเลยค่า เพลงนี้มอบให้เธอเป็นของขวัญวาเลนไทน์ เขียนใส่การ์ดสักใบ หรือเขียนบนกล่องของขวัญอะไรเล็กๆน้อย เธอก็ลอยไปถึงเกาหลีแล้ว
เน่าแต่จริงใจนะเออ
7.ของขวัญวาเลนไทน์&#8230;ล็อตเตอรี่แห่งความรัก
คุณผู้ชายคนไหนมีไอเดียบรรเจิดก็อาจจะคิดของขวัญแนวๆที่คิดว่าแฟนจะชอบหรือ เอาง่ายๆเราขอนำเสนอ ล็อตเตอรี่แห่งความรักค่ะ ของขวัญวาเลนไทน์ที่คุณสามารถจะใส่สิทธิพิเศษๆให้แฟนสาวเซอร์ไพรซ์
เล่นงัยล่ะค่ะ น่าสนุกดีนะ แต่เขียนอะไรให้เธอไป ก็ต้องทำให้ได้นะจ้ะ
8.ของขวัญวาเลนไทน์&#8230;สร้อยคอคล้องใจ
เครื่องประดับประเภทสร้อยนี่แหล่ะถือว่าเป็นของขวัญวาเลนไทน์ธรรมดาแต่น่าให้ที่สุด เพราะวาเลนไทน์นี้อาจจะเป็นเดตแรกของคุณก็ได้ สร้อยคอดูเป็นของขวัญวาเลนไทน์ที่มีเสน่ห์และไม่ผูกมัดเกินไปค่ะ
แต่ระวังอย่าให้ซ้ำกับใครเข้าล่ะ เดี๋ยวจะเป็นของขวัญวาเลนไทน์ชิ้นสุดท้ายที่ได้ให้แทนนะ อิอิ
ของขวัญวาเลนไทน์&#8230;ถูกใจแฟนหนุ่ม 

1.ของขวัญวาเลนไทน์&#8230;สร้อยคอหรือสร้อยข้อมือโซ่สลัก
สร้อยคอหรือสร้อยข้อมือโซ่สลักเป็นของขวัญวาเลนไทน์เท่ห์ๆที่ไม่ออกเกย์แน่นอน แต่ถ้าแฟนหนุ่มของคุณไม่ชอบก็เปลี่ยนเป็นแหวนแทนก็ได้ค่ะ เรียบง่าย เลือกแบบสไตล์ผู้ชายหน่อย
2.ของขวัญวาเลนไทน์&#8230;ของโปรดหนุ่มๆ
ของขวัญวาเลนไทน์ปีนี้อาจจะเป็นขนมคบเคี้ยว กรุบกรอบต่างๆที่เขาชอบทานหรืออยากทานแต่ไม่มีเวลาซื้อ
3.ของขวัญวาเลนไทน์&#8230;นาฬิกาเรือนเท่ห์
ซื้อนาฬิกาข้อมือผู้ชายเป็นของขวัญวาเลนไทน์ให้แฟนหนุ่มของคุณ หรูเริ่ด อลังการมาก เขาต้องแฮปปี้สุดๆเลยล่ะ
4.ของขวัญวาเลนไทน์&#8230;เซตอาบน้ำหรือดูแลผิวพรรณ
ของขวัญวาเลนไทน์ที่เป็นเซตอาบน้ำหรือเชตดูแลผิวพรรณเหมาะกับหนุ่มสำอางนิดๆที่ไม่ค่อยมีเวลาซื้อหาหรือเลือกไม่ถูก โอกาสนี้ล่ะเหมาะที่จะให้เขาทดลองผลิตภัณฑ์ใหม่ๆจากคุณ
แต่ดูเหมือนผู้ชายบางประเภทไม่ชอบการอาบน้ำหรือดูแลตัวเองซักเท่าไหร่  ดังนั้นระวังการซื้อของแบบนี้ด้วยนะคะ เพราะเดี๋ยวเขาจะคิดว่าประชดกันหรือเปล่า
5.ของขวัญวาเลนไทน์&#8230;ชุดบำรุงสุขภาพ
ของขวัญวาเลนไทน์ให้หนุ่มๆ ไม่ว่าจะหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ คุณก็สามารถซื้อชุดบำรุงสุขภาพให้เขาได้ค่ะ นอกจากมีประโยชน์แล้ว ยังแสดงให้เห็นถึงความห่วงใยที่เรามีต่อเขาด้วย
6.ของขวัญวาเลนไทน์&#8230;หนุ่มๆมักชอบการเอาใจ
ปกติถ้าชอบทานข้าวกันนอกบ้าน วันหยุดวาเลนไทน์นี้เปลี่ยนจากซื้อของขวัญวาเลนไทน์ เป็นอยู่บ้านแล้วจัดบรรยากาศบ้านให้ดูโรแมนติก อาจจะแกล้งใช้ให้เขาไปซื้อของหรือทำนั่นนี่ที่อื่นก่อน
แล้วค่อยเซอร์ไพรซ์ด้วยอาหารมื้อพิเศษดูก็น่าสนนะ
7.ของขวัญวาเลนไทน์&#8230;ของขวัญเล็กๆน้อยผูกโบว์แดง
คุณอาจจะประดิษฐ์ของขวัญวาเลนไทน์เล็กๆน้อยๆที่อยากจะให้ หรืออาจจะซื้อของที่เขาชอบเช่น ซีดีเพลง ซีดีหนัง หูฟังไอพอด แล้วห่อกระดาษผูกโบว์ให้เป็นของขวัญรับวาเลนไทน์ที่น่าจดจำ
ข้างในไม่เท่าไหร่ ข้างนอกใส่ใจให้เต็มที่ ของขวัญวาเลนไทน์ปีนี้ก็น่า(หลง)รักแล้วค่ะ
 
 
 
]]></description>
		<wfw:commentRss>http://beauty.yopi.co.th/%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%99%e0%b9%8c.html/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>วิธีดีๆที่ช่วยคุณซื้อเสื้อผ้าให้ประหยัด</title>
		<link>http://beauty.yopi.co.th/%e0%b8%8b%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%9c%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%94.html</link>
		<comments>http://beauty.yopi.co.th/%e0%b8%8b%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%9c%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%94.html#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 02 Feb 2010 13:30:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator>catherine</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[เคล็ดลับ]]></category>

		<category><![CDATA[วิธีซื้อเสื้อผ้า]]></category>

		<category><![CDATA[ซื้อเสื้อผ้าให้ประหยัด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://beauty.yopi.co.th/?p=1756</guid>
		<description><![CDATA[1.การซื้อเสื้อผ้าให้ประหยัดต้องมีแผน&#8230;
ก่อนซื้อเสื้อผ้าจะต้องวางแผนว่าจะซื้อเสื้อ กางเกง กระโปรง เดรส รองเท้าหรือเครื่องประดับอะไรบ้าง
2.การซื้อเสื้อผ้าให้ประหยัดต้องดูงบประมาณ&#8230;
ควรกำหนดงบประมาณของเสื้อผ้า เครื่องประดับที่จะซื้อ เช่น เดรสต้องไม่เกิน 350 บาท เข็มขัด 150 บาท เสื้อไม่เกิน 200 บาท
3.การซื้อเสื้อผ้าให้ประหยัดต้องมีการนัดหมาย&#8230;
สามารถลิมิตการซื้อไว้ เฉพาะโอกาสพิเศษต่างๆ หรือคิดเป็นช่วงเวลา เช่น เดือนละไม่เกิน 2 ครั้ง หรือ 2 สัปดาห์ ซื้อครั้งหนึ่ง

4.การซื้อเสื้อผ้าให้ประหยัดต้องสวมชั้นในที่คิดว่าใช่ไปลอง&#8230;
เวลาไปเลือกซื้อ ก็ควรใส่ชั้นในที่สามารถแมทกับชุดต่างๆได้ หรือแมทกับเสื้อผ้าที่คิดว่าจะซื้อ
5.การซื้อเสื้อผ้าให้ประหยัดเลือกเฉพาะชุดที่คิดว่าดีที่สุด&#8230;
หากต้องการซื้อเสื้อผ้า อันที่จริงแล้วอาจจะถามความเห็นจากเพื่อนหรือแฟนได้ แต่เมื่อตัดสินใจจะซื้อก็อย่าได้ถามว่าควรเลือกตัวไหนดี เพราะอาจจะต้องซื้อมันทั้งหมด
6.การซื้อเสื้อผ้าให้ประหยัด อย่าได้หลงใหลไปกับเสื้อผ้าลดราคา&#8230;
เพราะถ้ามัวตาวาวกับเสื้อผ้าลดกระหน่ำ โปรโมชั่นร้อยแปด มันอาจจะทำให้เป้าหมายที่แท้จริงคาดเคลื่อน และกระเป๋าก็จะเบาด้วย ถ้าเกิดถูกใจหลายชิ้นเพราะคิดว่ามันราคาถูกหรือโปรโมชั่นดี
7.การซื้อเสื้อผ้าให้ประหยัดอันที่จริงพนักงานขายช่วยคุณได้&#8230;
บอกถึงความต้องการให้พนักงานได้รู้ ว่าอยากได้ เสื้อ กางเกง กระโปรงหรือเดรสแบบไหน สไตล์ใด ใส่ในโอกาสอะไรให้เขาช่วยแนะนำ เพราะไม่แน่ว่าเสื้อผ้าที่ต้องการนั้นกำลังจัดโปรโมชั่นพิเศษอยู่ก็ได้นะ
8.การซื้อเสื้อผ้าให้ประหยัดต้องลองมันซะก่อน&#8230;
ไม่ว่าจะเดิน นั่ง ยืน ก้ม ต้องลองเสื้อผ้าให้ดูพอดีกับรูปร่าง เคลื่อนไหวได้ง่าย สะดวก และอย่าลืมตรวจเช็คความเรียบร้อยของซิบ กระดุม ตะเข็บต่างๆด้วย
9.การซื้อเสื้อผ้าให้ประหยัดต้องซื่อสัตย์กับตัวเอง&#8230;
เมื่อได้ส่องกระจก 360 องศา หลังสวมเสื้อผ้าที่กำลังลองแล้ว ต้องซื่อสัตย์โดยการถามตัวเองว่ามันพอดี คับ หรือหลวมไปฟรือไม่ สวยและเหมาะกับคุณหรือเปล่า
10.การซื้อเสื้อผ้าให้ประหยัดต้องดูป้ายราคา&#8230;
อย่างที่บอกไปในข้อแรกๆว่าก่อนจะหยิบเสื้อผ้าที่ชอบมาลอง ต้องกำหนดงบประมาณให้ได้ว่าราคาเสื้อผ้าที่ต้องการอยู่ที่เท่าไหร่ และหากว่าเจอเสื้อผ้าที่ถูกใจในราคาที่พอใจ อย่าลืมตรวจดูด้วยนะคะว่าป้ายราคานั้นตรงกับสินค้าหรือเสื้อผ้าที่เลือกหรือไม่ ในกรณีที่สามารถต่อรองราคาได้ก็พยายามให้ลดมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ จะได้ประหยัดขึ้น
11.การซื้อเสื้อผ้าให้ประหยัดเช็คบริการหลังการขาย&#8230;
เพราะร้านค้าส่วนใหญ่มักไม่รับคืนสินค้า แต่อาจเปลี่ยนสินค้าใหม่ให้แทน ยกเว้นบางร้านที่มีสินค้าชิ้นสุดท้าย ซึ่งสามารถแลกคืนสินค้าเป็นเงินสดได้แน่นอน
++++++++++++++++++++++++++++++++
]]></description>
		<wfw:commentRss>http://beauty.yopi.co.th/%e0%b8%8b%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%9c%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%94.html/feed</wfw:commentRss>
		</item>
	</channel>
</rss>
