Home » ความงาม, เครื่องสำอาง, เคล็ดลับ

ว่าด้วยเรื่องผิวๆ และเจลทิ้นท์ (Gel tint) กระแสฮอตฮิต

28 January 2009 ไม่มีความคิดเห็น

งวดนี้ป้า Pimu ขอเริ่มเรื่องของผิวพรรณก่อนละกันนะ สาวๆ คนไหนมีผิวพรรณที่ดูเกลี้ยงเกลา เรียบเนียน ปราศจากจุดตำหนิใดๆ มาตั้งแต่เกิดจนกระทั่งโตเป็นสาว ก็ขอแสดงความยินดีด้วยนะจ้ะ เพราะเป็นผิวที่หาได้ยากที่สุด ผู้หญิงทั่วโลกต่างก็ใฝ่ฝันที่จะเป็นเจ้าของผิวที่งามแบบไร้ที่ติกันทั้งนั้น ไม่อย่างนั้นแล้วสถาบันเสริมความงามมันจะผุดขึ้นมาอย่างกะเชื้อราเยี่ยงนี้หรือ ไม่ใช่ทุกคนหรอกนะที่จะเกิดมามีผิวที่งดงาม เพอร์เฟ็คท์ได้อย่างนั้นน่ะ สาวๆ บางคนอาจมีปัญหารอยแดง สิว หรือริ้วรอยเป็นปื้นๆ ไม่ว่าจะเป็นค่างคำด่างแดงก็เถอะ ล้วนแต่เป็นปัญหาหนักอกหนักใจ แทบจะกินไม่ได้ นอนไม่หลับ จะนั่งก็ส่องกระจกจะยืนก็ส่องกระจก พลิกซ้ายพลิกขวาจนตาจะเหล่เพื่อจะดูว่ารอยเจ้ากรรมเมื่อไหร่มันจะหาย ที่จริงอาการเหล่านี้ป้าเคยประสบพบเจอมานะ ทรมานใจจริงๆ

 

  

 จริงๆ แล้วนะเราไม่ควรประมาทละเลยเจ้ารอยเล็กๆ น้อยๆ ที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเราเลยนะ บางคนอาจมองว่าแค่รอยเล็กๆ น้อยๆเอง คงไม่เป็นปัญหาใหญ่โตอะไรหรอก แต่หารู้ไม่ว่านั่นน่ะเป็นการคิดที่ผิดมหันต์เลย เพราะแค่รอยเล็กๆ น้อยๆ นั่นแหละก็เป็นเหตุให้สาวๆ ดูไม่งามได้เหมือนกัน อย่างรอยหมองคล้ำหรือรอยแดง ถ้ามันปรากฏขึ้นบริเวณคางหรือจมูก มันก็จะทำให้หน้าของสาวๆ ดูใหญ่ขึ้นได้ ส่วนริ้วรอยบริเวณรอบดวงตาหรือรอยคล้ำวงเล็กวงน้อยที่ปรากฏขึ้นรอบดวงตา ก็มีผลทำให้เราดูแก่ก่อนวัยอันควรแถมยังทำให้เราดูเหน็ดเหนื่อยอีกต่างหาก

 ในการดูแลผิวนั้นสาวๆ ควรจะใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวประเภทมอยซ์เจอร์ไรเซอร์ทั้งช่วงเช้าและกลางคืนก่อนอน ใช้ไปเรื่อยๆ เป็นประจำ จนกระทั่งอายุใกล้จะ 30 ถ้าอายุเกิน 30 ปีไปแล้ว เราเกิดมีเส้นริ้วรอยก่อตัวขึ้น นั่นก็เป็นสัญญาณชี้ให้เห็นว่า ถึงเวลาแล้วที่จะใช้ผลิตภัณฑ์ต่อต้านริ้วรอย ลบเลือนริ้วรอย จุดด่างดำ หรือประเภทกระชับผิว หมั่นดูแลผิวไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ ในช่วงวัยที่ยังไม่มีปัญหาผิวหน้ามากนักจะดีที่สุดนะจ้ะ เพราะเมื่อถึงวัยอันควรที่รอยนั่นรอยนี่มาเยือน มันก็จะไม่บุกมาทีเยอะเกินจะรับไหวนัก เพราะเราบำรุงมาอย่างดีตั้งแต่ต้น ฉะนั้นนะจ้ะสาวๆ คนไหนอายุยังไม่ถึง 30 ให้ใช้ประเภทมอยซ์เจอร์ไรเซอร์ก็พอ ยังไม่ต้องใช้พวก anti-ageing หรือผลิตภัณฑ์ลบเลือนและต่อต้านริ้วรอย เพราะไว้เข้าใกล้ 30 หรือ 30 ปีไปแล้วค่อยใช้

   

 

 จริงๆ แล้วไม่แนะนำให้สาวๆ โบกรองพื้นซะครบเซ็ตนะ ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาไหนก็ตาม จะงานกลางคืนหรือว่าถ่ายรูป บางคนอาจมองว่าเวลาจะไปถ่ายรูปให้โบกทุกสิ่งทุกอย่างลงไปให้เข้มๆ เข้าไว้ แม้กระทั่งรองพื้น เพราะเชื่อว่าจะทำให้ผิวเนียน ถ่ายรูปออกมาดูดี หรือว่าทำให้หน้าเราดูมีสีสันเวลาถ่ายภาพออกมา การโบกรองพื้นซะทั่วหน้าหนาๆ แรกๆ ก็จะดูเนียนใสดีอยู่หรอก แต่เวลาผ่านไปนานเข้าหน้าที่เคยเนียนๆ มันก็จะดูเป็นหน้าเค้กเละๆ และอาจแถมด้วยแก้มแดงๆ แบบแดงแปร้ด ดูไม่งามเลยนั่น แต่จริงๆ ถ้าอยู่ในที่มืดๆ ก็คงไม่เป็นไร เพราะมองกันไม่ค่อยเห็น แต่หลักการของป้าคือสาวๆ ควรดูดีอยู่เสมอทั้งในรูปถ่ายและตัวจริง รวมทั้งในยามมืดและยามสว่าง  การทารองพื้นเนี่ย สาวๆ ทาเฉพาะจุดที่มีปัญหาก็พอแล้ว จุดไหนมีรอยแผลเป็นก็ให้ทาบางๆ ตรงจุดนั้น ไม่จำเป็นต้องทาทั้งหน้า แต่ถ้าใครมีจุดด่างดำแผลเป็นซะทั่วหน้า ก็ต้องทาทั้งหน้าล่ะ เฮอๆ นอกจากทาบริเวณจุดแผลเป็นแล้ว ยังต้องทาบริเวณจมูกและร่องจมูกเสมอนะจ้ะ รวมทั้งคางและหว่างคิ้วที่มักจะมีริ้วรอยบางๆ เกิดขึ้น เพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้ดูเป็นธรรมชาติมากกว่าการโบกทั่วหน้า และเทคนิคสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามคือก่อนทารองพื้นให้ทามอยซ์เจอร์ไรเซอร์ที่ใช้เป็นประจำก่อนทุกครั้ง จะช่วยให้ดูสดใสเนียนเรียบและไม่มีผิวแห้งเป็นลายงาออกมาให้เห็นด้วย

 

 โดยส่วนตัวป้าจะใช้โลชั่นแบบน้ำ (ถ้านึกไม่ออกก็ให้นึกถึงพวก Kose น้ำโสมนะจ้ะ) แล้วค่อยทารองพื้นตามวิธีที่ป้าว่ามา จากนั้นทาเจลชีค เป็นเจลทาแก้มติดทนนานให้สีสวยเป็นธรรมชาติ สาวๆ พวกเจลทิ้นท์ทาแก้มทาปากเนี่ยเลือกซื้อที่มันมีคุณภาพหน่อยนะจ้ะ ยิ่งข่าวทิ้นท์ทาปากทาแล้วปากเหวอะหวะกำลังฮอตเลย ทางที่ดีไปซื้อแบบยี่ห้อที่มันดังๆ หน่อย ซื้อที่เค้าน์เตอร์ห้างหรือตามชอปของยี่ห้อนั่นๆ จะดีที่สุด ปลอดภัยกว่าไปซื้อตามตลาดนัดหรือตามฟุตบาธข้างทาง ว่าแล้วป้าก็ถือโอกาสรีวิวเจลทิ้นท์ทาแก้มที่ป้าใช้ละกัน ป้าใช้ตัวนี้เลย 

Oriental Princess : Get Cheeky Cheek Jelly

 

 

  

Kose Sekkisei Lotion

 

 
 
เป็นเจลสีแต้มแก้ม ทาแล้วจะได้สีแก้มสวยระเรื่อเป็นธรรมชาติ ป้าชอบตัวนี้มากๆ เพราะติดทนนานทั้งวัน ขนาดป้าหน้ามันมากนะ ใช้ซับมันซับหน้าวันละหลายรอบสีแก้มก็ยังระเรื่ออยู่เลย เนื้อเจลไม่เหนียวเหนอะหนะ เกลี่ยง่ายมากๆ แต่มีเทคนิคนิดนึง ป้าจะชโลมพวกโลชั่นน้ำก่อน ป้าเคยใช้ kose น้ำโสม (Sekkisei Lotion) สำหรับป้าน้ำโสมโอเคกับหน้าป้าเหมือนกัน เนื้อโลชั่นใช้แล้วไม่เหนอะหนะหรือทิ้งความมัน กลิ่นหอมอ่อนๆ แต่แอลกฮอล์ค่อนข้างเยอะอยู่นะ ใครที่ไม่ถูกกับแอลกฮอล์คงไม่เหมาะ ช่วงที่ป้าใช้หน้าป้าไม่มีสิวขึ้นเลย แต่ก็ไม่ขาวขึ้นนะ สงสัยใช้ไม่นานพอ ตอนนี้ป้าใช้ Ettusais Acne Aqua Shooter (Oil control) เป็นมอยซ์เจอร์ไรเซอร์น้ำใสๆ กันสิวได้ด้วย หลังจากทาโลชั่นน้ำแล้วปล่อยให้แห้งซักนิด แล้วค่อยเกลี่ยเจลทิ้นท์ทาแก้ม จะออกมาดูเป็นธรรมชาติมาก เหมือนเลือดฝาดไม่สาดนะจ้ะ ดูดีได้ดั่งใจที่สุดเลยแหละ   

Ettusais Acne Aqua Shooter (Oil control)

 

 

บางวันป้าก็นึกครึ้มอยากทากันแดดที่หน้าก่อน ก็จะใช้เจ้าโลชั่นน้ำตัวนี้ก่อน แล้วค่อยทากันแดด แล้วจึงตามด้วยเจลทาแก้มที่ว่านั่น โลชั่นน้ำตัวนี้เป็นโลชั่นกันสิว จริงๆ แล้วต้องชโลมหลังจากตัว Ettusais Acne Skin Version Up แต่เพราะทาแล้วหน้ามันจะเปียกๆ เยิ้มๆ ป้าเลยทาตัว Aqua Shooter เพียง ตัวเดียวตอนเช้าก่อนไปทำงาน เป็นสูตรไร้สี ป้องกันสิว ทาแล้วหน้าไม่มัน ส่วนตัวป้าชอบตัวนี้เพราะใช้แล้วสิวบุกน้อยลงจนแทบไม่มีเลย หน้าป้าเป็นพวกอุดตันง่ายมาก มันมากอีกต่างหาก กันแดดก็ ลองมาหลายตัวปรากฏว่าสิวอุดตันบุกรุกพื้นที่ต้องห้ามทุกที ขึ้นซะเม็ดเป้งที่แก้ม หลายเม็ดด้วยนะไม่ลุยเดี่ยวเลยแฮะพวกสิวนี่ ป้าเลยเป็นคนที่ไม่ค่อยชอบใช้กันแดดอาศัยทาแป้งที่มีสารกันแดดเอา แต่ว่านะในที่สุดป้าก็ไปเจอกันแดดที่เหมาะกับหน้าของป้าจนได้ ตัวนี้เลย

RMK Face Protector SPF 31 PA +

 

กันแดด สำหรับใบหน้าตัวนี้ ตอนที่ป้าไปทดลองที่ร้านครั้งแรก ป้าถูกเนื้อครีมมาก ทาแล้วซึมเข้าผิวเลย ไม่มันเลยซักนิดเดียว แต่ว่านะอย่าเอามาดมเด็ดขาด ดมแล้วมึนสุดๆ กลิ่นแอลกฮอล์ฉุนกึกมาก ป้าว่ามันคงอัดแน่นไปด้วยแอลกฮอล์อ่ะนะ ทาแล้วหน้าถึงไม่รู้สึกว่ามันหรือเหนียวเหนอะไงล่ะ พลิกมาดูหลังหลอด PA+ บวกแค่ตัวเดียวเท่านั้น กัน UVA ได้ไม่เท่าไหร่ก็สิ้นฤทธิ์ได้ง่ายๆ นะเนี่ยกันแดดตัวนี้ แต่ทำไงได้ล่ะเนี่ยมันเป็นตัวเดียวที่ป้าใช้แล้วสิวไม่ขึ้นอ้ะน้า  

 ส่วนเรื่องรองพื้นเนี่ยนะป้าไม่ได้ใช้เป็นรองพื้นโดยตรง แต่ป้าใช้ ประเภท Tinted Moisturizer เพราะมันเป็นได้ทั้งมอยซ์เจอร์ไรเซอร์ให้ความชุ่มชื้น, รองพื้น บางตัวก็สามารถกันแดดได้อีกด้วย เนื้อไม่หนาหนัก ปกปิดได้ปานกลาง บางวันเวลาอยู่บ้านแต่ไม่อยากให้ดูโทรมให้ต้องละเหี่ยใจก็หยิบเจ้าตัวนี้มาทาแทนมอยซ์เจอไรเซอร์ก็ได้ หน้าจะดูเนียนใสทันที ที่ป้าใช้อยู่ตอนนี้ก็เจ้าตัวนี้  

Stila Sheer Color Tinted Moisturizer SPF 30 Oil Free

 

 

 

ป้าไม่ได้ตั้งใจจะซื้อตัวนี้มาเลยนะ ตอนที่ไปเค้าน์เตอร์ stila ป้าตั้งใจว่าจะไปดูแป้งตลับไว้พกพา เห็นโฆษนาว่าแป้งคุมมันได้ดีเยี่ยม ซึ่งป้าซื้อมาใช้แล้วปรากฏว่าไม่คุมมันเลยซักนิด สงสัยหน้าป้ามันจัดละมั้งเนี่ย แต่แป้งเนื้อเนียนดีมากเลยนะ ส่วนเจ้าตัว Tinted ตัวนี้ป้าโดน BA กล่อมมา BA ลองแต่งหน้าให้ป้าโดยใช้เจ้า Tinted ตัวนี้แทนรองพื้น ผลงานออกมาหน้าใสกิ้ก เนื้อเนียนดีจริงๆ เชียว แต่ป้าว่ามันค่อนข้างยังมันอยู่นิดนึง แต่โบ๊ะแป้งฝุ่นทับก็หาย หน้าใสกำลังดี ไม่ดูเหมือนโบกหน้าหนาเตอะ ที่สำคัญคือเกลี่ยง่ายไม่จับตัวหนืดเหนอะ ละเลงไปในลักษณะเหมือนทาครีมบำรุงผิวได้เลย ไม่ต้องมีเทคนิคซับซ้อน คนที่เพิ่งเริ่มแต่งหน้าครั้งแรกก็ใช้เจ้าตัวนี้เพื่อความสวยใสได้ไม่ยาก กันแดดได้สูง SPF 30 แต่ปกติป้าไม่ค่อยได้ใช้หรอก หลังทากันแดดหน้าเสร็จป้าก็ทาแป้งเลย ไม่ทารองพื้นหรือ ทิ้นท์อีก จริงๆ แล้วเน้นบำรุงผิวให้ดูสวยใส ก็ไม่ต้องพึ่งพาพวกรองพื้นก็ได้ แค่คบแป้งเบาๆ โชว์ผิวหน้าสวยๆ ดีกว่า หน้าไม่ดูแก่เกินวัยด้วย

 หลักในการเลือกรองพื้นก็คือให้เลือกสีที่ใกล้เคียงกับสีผิวจริงของเราให้มากที่สุด อย่าทาแล้วขาวหรือดำกว่าผิวเราเด็ดขาด เพราะเดี๋ยวระหว่างวันหน้าเราอาจเละเทะได้ หรือบางคนก็เปลี่ยนเป็นสีเทาระหว่างวันเลยนะ เพราะเลือกสีรองพื้นที่ขาวกว่าสีผิวจริง 

พูดถึงแป้งทาหน้าก็เป็นอีกอย่างหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลย อย่างป้าเนี่ยวันไหนไม่ทาแป้งมันก็รู้สึกเหมือนขาดอะไรไป ถ้าให้ไม่ทาก็ได้อยู่ แต่หน้าจะมันเร็วมาก ที่ต้องทาก็เพื่อให้หน้าเยิ้มช้าลงหน่อยนี่แหละ ป้าใช้ทั้งแป้งอัดแข็งและแป้งฝุ่น แป้งอัดแข็งก็จะเป็นของ Stila ที่ป้าพูดเกริ่นไปหน่อยหนึ่ง ตัวที่ป้าใช้เป็นตัวนี้ 

Stila Angel Light Whitening Powder SPF 24 PA ++

 

 

ที่จริงป้าเลือกซื้อเครื่องสำอาง Stila ก็เพราะแพคเกจมันสวยเตะตาป้าเนี่ยแหละ อย่างแป้งตัวนี้แพคเกจน่าใช้มาก ถ้าพูดถึงด้านคุณภาพนี่ป้าว่าคุณภาพไม่แพ้ยี่ห้ออื่นๆ เลยนะ อย่างที่บอกแป้งเนื้อเนียนดี บางเบากลืนไปกับผิว มีสารกันแดดด้วย ใช้แล้วหน้าผ่อง ผ่องนะจ้ะไม่ใช่ขาววอก มันดูผ่องกระจ่างใสดี แต่เรื่องคุมมันนั้นยังไม่เป็นที่พอใจป้าเท่าไหร่ หลังจากทำทุกอย่างเสร็จแล้วยกเว้นทาปาก ป้าก็จะตบหน้าด้วยแป้งฝุ่นจากป้าลอตัวนี้ 

Laura Mercier Loose Setting Powder สี Translucent

 เลือกสีนี้เพราะมันเป็นสีโปร่งแสงหรือไร้สี เวลาเอามาตบๆ ทับหน้าสีแป้งและสีรองพื้นจะได้ไม่เพี้ยน ฉะนั้นเลือกแบบไร้สีไว้ก่อน ตอนนั้นตัดสินใจซื้อของป้าลอก็เพราะสาวๆ ส่วนใหญ่บอกว่าคุมมันได้ดี ป้าใช้แล้วขอบอกว่าแป้งเนื้อละเอียดดีมาก ใช้แล้วเพิ่มความกระจ่าง แต่มันจะค่อนข้างแมทมากๆ ก็คือทาแล้วมันจะด้านๆ เลยนะ ไม่มีมิติ ต้องทิ้งไว้สักพักให้หน้าเราเริ่มมัน นั่นแหละมันจะดูกำลังดี คุมมันมั้ยป้าว่าก็ช่วยได้นิดหน่อย ไม่ถึงกับว่าหน้าไม่มันทั้งวัน

 มาถึงขั้นตอนสุดท้ายฮอตฮิตติดกระแสจนต้องออกข่าว ก็เจ้าลิปทิ้นท์นี่เอง อย่าหาว่าป้างั้นงี้เลยนะป้าอยากให้สาวๆ ลงทุนยอมจ่ายตังแพงหน่อยแต่ได้ของที่มีคุณภาพ ซื้อที่ชอปของยี่ห้อดังๆ หน่อย หรือซื้อจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ ตอนนี้เครื่องสำอางปลอมเลียนแบบยี่ห้อดังๆ มีขึ้นเยอะมาก ราคาก็ถูกลงทุกวันๆ แบบสามชิ้นร้อยอะไรเนี่ยแหละ ยี่ห้อดังๆ ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น M.A.C , Chanel หรือโซนเกาหลีอย่าง Etude ก็มีปลอมเกลื่อนเลย ป้าเคยซื้อลิปกรอสของ M.A.C แบบชิ้นละร้อยตามตลาดนัด เมื่อก่อนป้าก็หลงผิดคิดว่ามันเป็นของแท้นะ ถามคนขายก็บอกว่าพี่ไม่เสียภาษีเลยได้มาถูกก็ขายถูก (ซื้อที่เมืองนอกแหล่งผลิตก็ยังไม่ถูกขนาดชิ้นละร้อยแน่ๆ อ้ะ) บางเจ้าก็บอกว่าเป็นของก้อบเกรดเอจากเกาหลี ตีความง่ายๆ ก็คือของปลอมนี่เอง ป้าเคยใช้ลิปกรอส M.A.C ของปลอมกลิ่นอย่างกะน้ำยาล้างจานแน่ะ ซันไลท์ดีๆนี่เอง บางอันป้าก็ทนใช้ทั้งๆ ที่คันยิบๆที่ปากจะแย่ แต่ตอนนั้นก็ยังอุปมาอยู่ว่าของแท้แน่นอน ซึ่งป้าในตอนหลังได้มีโอกาสลองใช้ลิปกรอส M.A.C ที่เค้าน์เตอร์ในห้างแล้วมันรู้สึกดีกว่านี้กลิ่นก็ออกเป็นกลิ่นวานิลลาอ่อนๆ ไม่คันปากอีกต่างหาก ฉะนั้นนะจ้ะสาวๆ อย่าเสี่ยงกะเครื่องสำอางอย่างที่ป้าว่ามานี่เลย ถูกก็จริงแต่ผลที่ได้รับมันไม่คุ้ม ป้า Pimu เองก็ไม่ได้ร่ำรวยเงินทองเลยนะ กว่าจะเก็บตังค์ซื้อเครื่องสำอางดีๆ ได้สักชิ้นก็ใช้เวลานานอยู่ แต่ว่าลงทุนซื้อทีนึงมันก็ใช้ได้นานนะ ป้าใช้ได้ตั้งแต่ 4 เดือนขึ้นไปจนถึงหนึ่งปีก็มี  

   

 

ลิปทิ้นท์ที่ป้าใช้มีสองตัว เอาตัวแรกก่อน  

Skinfood Tomato Cool Jelly Tint

 

 ป้าเคยใช้ตัวนี้ยังไม่ทันหมดก็ดันทำหายไปซะแล้ว สีสันติดทนในระดับนึง ไม่ถึงกับทนทานมาก แต่สีสวยดีป้าชอบ เนื้อเจลไม่ได้เย็นแบบว่า Cool เหมือนที่ผลิตภัณฑ์เขียนไว้ซักนิด ให้สาวๆ เอาไปพิจารณาละกัน

 อีกตัวที่ป้าใช้และอยากจะแนะนำสำหรับสาวที่งบน้อยจริงๆ ตัวนี้เป็นพระเอกสำหรับป้าเสมอเลยนะ พระเอกที่ว่าก็คือคุณอุทัยทิพย์ น้ำสีแดงสำหรับใส่น้ำดื่มนี่เอง ป้าใช้มาตั้งแต่มัธยมห้าแล้วล่ะ จนบัดนี้ก็….กี่ปีแล้วล่ะเนี่ย เอาเป็นว่าใช้ตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมปลายยันวัยทำงานอ้ะนะ ไม่เคยนอกใจพี่เค้าซักครั้ง สีสวยเป็นธรรมชาตอย่างนี้ได้ใจป้าเลย แถมราคาก็ไม่แพง และยังทำมาจากธรรมชาติล้วนๆ สีแดงนั่นก็แดงจากไม้ฝาง เป็นสีธรรมชาติ แถมประโยชน์ในทางสมุนไพรยังสามารถบำรุงหัวใจได้อีกด้วย เอาเป็นว่ามันทำมาจากสมุนไพรธรรมชาติ 32 ชนิดอ้ะน้า ป้าคงไม่ร่ายไว้ในที่นี้ เดี๋ยวยาวเกิน ป้าใช้มานานหลายปีแล้ว ปากป้าไม่ปรากฏว่าดำหรือหมองคล้ำเลยนะ ทาเสร็จแล้วทาลิปกรอสทับ ดูดีเป็นธรรมชาติ 

 

 ส่วนลิปกรอสเนี่ยนะเป็นสิ่งที่ป้าขาดไม่ได้เลย ตอนนี้ป้าใช้ตัวนี้

 

Estee Lauder High Gloss Ultra Brilliance

 

 ใช้ได้นานมาก นานสำหรับป้าก็คือห้าเดือนใช้ทุกวัน แล้วขนาดที่ป้าใช้ก็คือขนาดพกพา ปริมาณ 7 มิลลิลิตร ตอนนั้นได้มาจากพี่สาวที่ไปอเมริกาเลยซื้อมาฝาก ใช้แล้วติดใจเลยหาซื้อใช้เป็นลิปกรอสคู่ใจ ใช้ยี่ห้ออื่นก็ไม่เบาสบายปากเท่ายี่ห้อนี้ มันไม่เหนียวเหนอะหนะ ติดทนทานพอประมาณ แต่เอาเป็นว่าป้าให้สิบเต็มสิบเลย

 วันนี้ยาวหน่อยนะจ้ะสาวๆ ไม่รู้เรื่องที่เขียนมาทั้งหมดมันเกี่ยวกันกะที่จั่วหัวเรื่องไว้หรือเปล่า แต่เอาเป็นว่าป้ามีดีก็อยากแบ่งปันนะจ้ะ จะได้ช่วยๆ กันสวย วันนี้ป้า Pimu ไปก่อนล่ะ

  

ร่วมแสดงความคิดเห็น

เพื่อช่วยให้เรารับรู้ถึงความต้องการของคุณ และช่วยให้เราพัฒนาเนื้อหา ตลอดจนตอบข้อสงสัยต่าง ๆ ของคุณ คุณสามารถอ้างถึงเว็บหน้านี้โดยการtrackback จากเว็บไซต์ของคุณ หรือทำาร รับข้อมูลความคิดเห็น ผ่านระบบ RSS ของเรา.

ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ได้สละเวลาให้ความคิดเห็น และ(หรือ) สอบถามในเรื่องต่าง ๆเข้ามา เพื่อรักษาความเป็นระเบียบของที่นี่ งดขายของ และส่งข้อความรบกวนเพื่อน ๆ ท่านอื่น ทุกกรณีนะคะ

เพื่อช่วยจัดรูปแบบของความคิดเห็น เราอนุญาตให้คุณใช้ตัวจัดรูปแบบดังต่อไปนี้ได้:
<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>