มาแต่งตัวทำผมรับวัน Valentine’s กันเถอะ
ใกล้จะถึงเทศกาลวันวาเลนไทน์กันอีกแล้วนะจ๊ะสาวๆ หนึ่งปีผ่านไปช่างไวซะจริงๆ สาวคนไหนที่ยังไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรให้สวยรับวันวาเลนไทน์ที่จะมาถึงนี้ล่ะก็ ตามอ่านทิปส์จากป้า Pimu คนนี้ได้เลย สาวคนไหนมีนัดกับแฟนหนุ่ม ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่สวยและไปสายอีกต่อไป จบคอร์สนี้จากป้าไปแล้ว สาวๆจะทั้งสวยทั้งตรงเวลาอีกต่างหาก โฮะๆๆ
เมื่อปัญหามันเริ่มก่อตัว มันคงจะดีมากถ้าหากเรารู้ว่าปัญหามันเริ่มมาจากตรงจุดไหน เราจะได้แก้ปัญหาได้อย่างตรงจุดโดยด่วน อย่างวันวาเลนไทน์ก็เช่นกัน สาวคนไหนมีนัดกับหนุ่มและอยากให้ออกมาดูดีตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วล่ะก็ ปัญหาที่ไม่วายต้องประสบพบเจอก็คือเรื่องของการแต่งตัว ป้ารู้ดีว่าวันนั้นต้องเป็นวันที่พิเศษมากๆ จะได้ออกเดทชายหนุ่มทั้งที เราในฐานะผู้หญิงก็อยากดูดีมากๆ เพื่อความน่าประทับใจแบบ First Impression รักเมื่อได้พบเห็น อะไรประมาณนั้น ในเรื่องของการแต่งตัวนะสาวๆ ต้องมองดูก่อนว่านัดของเรากับชายหนุ่มเนี่ยจะเกิดขึ้นที่ไหน สถานที่ใด ต้องออกแดดท้าแสงอาทิตย์มั้ย หรือว่าเป็นสถานที่ในร่ม เช่นโรงหนัง โรงละครเวที ให้คิดถึงปัจจัยเหล่านี้ไว้ก่อนเลย มันจะช่วยให้สาวๆ มีตัวเลือกแคบลงมามากขึ้น ไม่เยอะแยะจนคิดอะไรไม่ออก การจะเลือกเสื้อผ้าที่จะใส่ออกเดทก็ควรจะคำนึงถึงสภาพอากาศด้วย นอกจากนี้แล้วยังควรคำนึงถึงกาละเทศะ เกิดหนุ่มคนนั้นเขาอยากจะพาไปบ้านคุณพ่อคุณแม่ของเขาขึ้นมา จะใส่สายเดี่ยวนุ่งสั้นมันก็กระไรอยู่ เอาเป็นว่าแต่งให้รัดกุมมากที่สุดก็จะปลอดภัยมากกว่า หรือวันที่ออกเดทอากาศเกิดหนาว แล้วสถานที่นัดเป็นที่กลางแจ้ง ก็ควรที่จะมีตัวเลือกอย่างเสื้อแขนยาว หรือเสื้อที่ให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายได้ ไม่ใช่เน้นสวยอย่างเดียวเลือกซะเสื้อเปลือยไหล่หนาวสะท้าน อย่างนั้นก็ไม่ไหว
ทีนี้มาดูเรื่องทรงผมกันมั่ง ทรงผมนี่มีผลต่อหน้าตาของเรามากไม่ใช่เล่น ก่อนที่จะตัดสินใจว่าจะทำผมทรงไหนก็ให้สำรวจดูสภาพแวดล้อมซะก่อน ทรงผมที่ดีที่สุดที่ให้ลุคส์เซ็กซี่ หวาน และเปรี้ยวในคราวเดียวกันก็คือดัดเป็นลอน ทรงนี้ไม่มีทางเอ้าต์แน่นอน แต่ถ้าสถานที่ที่เรากำลังจะไปตามนัดเป็นสถานที่ที่มีลมค่อนข้างแรง ก็ให้ทำทรงผมที่ค่อนข้างปลอดภัยหน่อย คือให้รวบผมหรือจัดทรงให้มันดีๆ ปลอดภัยแม้มีลมพัดมา ไม่งั้นจะกลายเป็นยายเพิ้งในกรณีที่มีผมยาวนะจ้ะ ส่วนใครที่ผมสั้นก็หากิ้บมาช่วยเหน็บไว้ก็จะดีไม่น้อย
ขั้นตอนการแต่งหน้าก็สำคัญไม่แพ้กัน หน้าตาซูบซีดไร้สีเหมือนไก่ต้มก็คงไม่งามแน่ๆ หน้าตาเป็นสิ่งแรกที่คนเราจะมอง ฉะนั้นแต่งหน้าให้สวยงามแต่พอดีอย่าละเลงซะจนเละ จุดที่จะช่วยให้หน้าตาดูสดใสขึ้นคือริมฝีปากจ้ะสาวๆ เวลาเครื่องสำอางลบเลือนนะ ไม่ต้องไปบรรจงแต่งจุดอื่นใหม่แค่ลงลิปสติกแล้วทาทับด้วยลิปกรอส ก็จะช่วยให้หน้าตาดูสวยสดใสขึ้นมาอีกมากมายแล้วล่ะ ลองเทสต์สีให้ดีๆ ก่อนนะ เผื่อเวลากินอาหาร ริมฝีปากจะต้องสัมผัสกับแก้วน้ำเป็นคราบลิปสติกเลอะเทอะ แล้วเกิดมันเป็นคราบแดงแจ้ดเลยก็คงไม่ไหวนะเนี่ย เอาสีที่สดใสอ่อนๆ ไว้ก็ดี จากนั้นก็ลงลิปกรอสเคลือบไว้อีกที และอย่าลืมพกลิปติดตัวไปด้วย เพราะเกิดสีมันซีดจางลบเลือนจะได้มีเติมช่วยชีวิต อ้อและสีลิปสติกที่ควรใช้คือสีแดงระเรื่อแบบเป็นธรรมชาตินะจ้ะ ไม่ใช่แดงแจ้ดนะ
สำนวนที่ว่า “ดวงตาคือหน้าต่างของหัวใจ” จะแต่งตาทั้งทีเอาให้มันดูกลมโตเย้ายวน ขนตาต้องเด้ง เขียนอายไลน์เนอร์ด้วย มาสคาร่าเลือกแบบสูตรกันน้ำและต่อขนตาให้ยาวได้ก็ยิ่งแจ๋ว เสร็จแล้วทาอายชาโดว์ซักนิดหน่อยพองาม ให้ดวงตาดูมีชีวิตชีวาขึ้นมา เลือกสีสดใสอีกแหละ ฟ้าน้ำทะเลไปเลยก็ได้จ้ะ จะได้ไม่ดูเศร้าหมองแอบเปรี้ยวซ่าไปเลย
อีกสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม สาวๆ หลายคนอาจลืมส่วนนี้ไป ส่วนที่ว่าก็คือเล็บมือและเล็บเท้า ส่วนนี้ควรจะเตรียมให้สวยงามและสะอาดสะอ้านซักหนึ่งวันก่อนจะถึงวันนัดออกเดทกับชายหนุ่มในตอนเย็น สีที่มีเสน่ห์น่าหลงใหลหาอื่นใดมาเปรียบเทียบก็คือสีโทนแดง หรือไม่ก็ไปให้ช่างเพนท์เล็บให้เลย เลือกให้โทนสีของเล็บเป็นไปในโทนเดียวกับสีของเสื้อผ้า ใครที่ทาเล็บธรรมดาๆ ก็ให้เติมประกายเงางามให้กับเล็บซักนิดด้วยน้ำยาเคลือบเงา จะได้ไม่ดูด้านจนเกินไป เอาเป็นว่าแต่งเล็บให้เข้ากันกันสถานที่และกาละเทศะเป็นดีที่สุด
เคล็ดลับอีกอย่างหนึ่งก็คือนวดน้ำมันหอมที่ฝ่าเท้าสักหน่อยก่อนที่จะสวมใส่รองเท้าคู่พิเศษ หรือถ้าไม่สะดวกจะนวดน้ำมันหอมก็ใช้สเปรย์ฉีดฝ่าเท้าแทนกันก็ได้ เท้าจะได้ไม่เหม็นอับ เดี๋ยวนี้มีผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลฝ่าเท้ามากมายให้เลือกนะสาวๆ แต่ละตัวที่ทำออกมาก็น่าใช้ทั้งนั้นเลย ดูแลฝ่าเท้าน้อยๆ ของเราอย่างพิถีพิถันเหมือนใบหน้าก็ดีนะจ้ะ เพราะเค้าต้องทำหน้าที่หนักๆ เพื่อเรามาทั้งวัน ส่วนตัวป้าเองก็ละเลยส่วนนี้เหมือนกันนะเนี่ย เห็นทีต้องเริ่มดูแลเท้ามั่งซะแล้วล่ะ
ประพรมน้ำหอมตามวิธีที่ป้าเคยพูดไป ฉีดบริเวณจุดชีพจรต่างๆ จะได้เดินไปพร้อมกับกลิ่นตัวหอมอ่อนๆ
ถือกระเป๋าใบเล็กๆ ป้าแนะนำว่าเอาเป็นสีเรียบๆ จะดีที่สุด ดูคลาสสิคดี เลือกสีที่ไปกันได้กับชุดที่ใส่ก็จะเก๋กว่ากันเยอะ จะได้ใส่เครื่องสำอางไปด้วยได้ หรือของใช้จำเป็นอื่นๆ
สุดท้ายนี้ก็….ยิ้มหวานๆ ให้กับกระจกแต่พองาม กระพริบตาเยิ้มอีกนิดหน่อย แล้วก็ก้าวเท้าออกจากบ้านได้เลย! Happy Valentine’s Day นะจ้ะสาวๆ























ร่วมแสดงความคิดเห็น