ใช้น้ำหอมอย่างมีเทคนิค ช่วยให้มีกลิ่นกายหอมฟุ้งไปได้ทั้งวัน
ตอนนี้อาจจะมีใครซักคนที่เพิ่งจะซื้อน้ำหอมขวดใหม่มาใช้ แต่ก็ใช้ไม่เป็น ไม่รู้เทคนิคในการฉีดน้ำหอมที่ถูกต้อง ทำให้ไม่สามารถใช้น้ำหอมได้คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป วันนี้ป้ามีกลเม็ดเคล็ดลับในการใช้น้ำหอมอย่างถูกวิธีมาฝาก จะได้ไม่ต้องมานั่งประพรมน้ำหอมแบบมั่วซั่วไม่ถูกจุดเสียที เพราะวิธีที่ป้านำมาฝากวันนี้จะช่วยให้สาวๆ ได้รู้สึกสดชื่นกับน้ำหอมกลิ่นโปรดที่อุตส่าห์ลงทุนซื้อมาอย่างคุ้มค่าเม็ดเงินที่เสียไป และยังช่วยให้สาวๆ รู้สึกสนุกสนานกับการใช้น้ำหอม อีกทั้งยังช่วยให้ตัวเองมีกลิ่นกายที่เซ็กซี่ขึ้นมาได้อีกด้วย อย่ารอช้ามาเก็บเกี่ยวกลเม็ดเด็ดกันเลย
นับ หนึ่ง สอง…..คลิ้กเปิดขวดน้ำหอมกันได้เลยจ้ะสาวๆๆ
ให้พรมน้ำหอมลงไปบนผิวหลังจากเพิ่งอาบน้ำเสร็จหมาดๆ เพราะช่วงนั้นเป็นช่วงเวลาที่ผิวของเรากำลังสะอาด มีความสามารถในการดูดซับน้ำหอมและกลิ่นได้ดีที่สุด
สำนวน “Less is more” ยังคงเป็นอะไรที่ใช้ได้ตลอด “ยิ่งน้อยยิ่งดี” โดยเฉพาะเมื่อใช้ในวงการความงาม เวลาสาวๆ จะฉีดน้ำหอม ก็ควรที่จะให้มันหอมอ่อนๆ ถึงจะดูมีเสน่ห์ ประมาณ “แม่สาวผู้มีกลิ่นดอกไม้จางๆ” อะไรประมาณนี้ ไม่ใช่พรมซะกลิ่นฉุนอย่างกับไปตกบ่อน้ำหอมมา คนรอบข้างเขาจะพาลแหวะเอาได้ง่ายๆ ถ้าใช้น้ำหอมแบบขวดแต้ม แนะนำว่าให้แตะน้ำหอมที่ปลายนิ้วพอชุ่ม จากนั้นให้นำไปแต้มๆ อย่างบางเบาบริเวณจุดชีพจร ก็คือบริเวณข้อมือทั้งสองข้าง บริเวณคอปกเสื้อ บริเวณหลังใบหู และบริเวณลำคอ รวมทั้งบริเวณหน้าอก ข้อพับแขน หัวเข่า และบริเวณต้นขาด้วย ที่ต้องเป็นบริเวณเหล่านี้ก็เพราะว่าบริเวณเหล่านี้เป็นบริเวณที่เลือดมีการไหลเวียนอยู่ตลอดเวลา เมื่อเลือดไหลเวียนมาบริเวณจุดต่างๆ ดังกล่าว ผิวหนังจะเกิดความร้อนซึ่งเป็นเหตุให้กลิ่นน้ำหอมกระจายได้อย่างรวดเร็ว หอมฟุ้ง
ถ้าน้ำหอมที่เราใช้เป็นแบบขวดสเปรย์ ให้ฉีดน้ำหอมในตำแหน่งชีพจร โดยฉีดให้ได้ระยะห่างหนึ่งฟุตเพื่อให้กลิ่นหอมกระจายอย่างพอเหมาะ ก่อนฉีดให้ลองฉีดในอากาศก่อนซัก 2-3 ครั้ง เพื่อไล่ให้น้ำหอมเข้ามาในสายฉีด
หลักวิทยาศาสตร์ที่ว่าความร้อนมักเคลื่อนตัวไปยังที่สูงเนื่องจากความหนาแน่นเบาบางกว่า ดังนั้นเราจึงควรฉีดน้ำหอมจากล่างขึ้นบนเช่นกัน ฉีดไปตามการเคลื่อนที่ของอุณภูมิร่างกาย วิธีนี้จะช่วยให้กลิ่นคงทนยาวนานตลอดทั้งวัน
สิ่งหนึ่งที่น่ารู้ก็คือทั้งชายและหญิงที่มีผิวแห้ง เวลาฉีดน้ำหอมลงไปแล้วกลิ่นจะติดไม่ค่อยทนเท่ากับผู้ที่มีผิวมัน เพราะความมันจากไขมันของผิวหนังเมื่อถูกผสมรวมเข้ากับน้ำหอมที่ฉีดไปแล้วมันจะกลายเป็นน้ำมันหอมระเหย ให้กลิ่นหอมจางๆ ที่ติดทนนานกว่า วิธีแก้ไขก็คือให้ฉีดน้ำหอมซ้ำซัก 1-2 ครั้งต่อวัน หรือให้ทามอยซ์เจอร์ไรเซอร์ก่อนที่จะฉีดน้ำหอมกลิ่นโปรดของเรา ก็จะพอช่วยให้น้ำหอมติดทนนานขึ้นมาได้บ้าง
เมื่อฉีดน้ำหอมลงบนผิวกายแล้ว ก็ควรจะปล่อยให้มันแห้งเสียก่อนแล้วค่อยสวมใส่เสื้อผ้า หลายๆคนเลยมักจะสวมใส่เสื้อผ้าทันทีที่ฉีดน้ำหอมเสร็จแล้ว การทำเช่นนี้จะทำให้กลิ่นถูกผ้าดูดซับไว้ โดยปกติแล้วกว่ากลิ่นน้ำหอมจะซึมลงสู่ผิวจนกระทั่งติดผิวได้อย่างทนนานมักจะใช้เวลาเป็นชั่วโมงเลย กว่ามันจะเซ็ตเข้าสู่ผิวจนได้กลิ่นที่เป็นธรรมชาติเนี่ย สาวๆ หนุ่มๆ ฉีดน้ำหอมเสร็จแล้วก็ใส่เสื้อกล้าม เสื้อสายเดี่ยว แล้วก็ทำกิจกรรมอื่นๆ ไปก่อนก็แล้วกัน ไปกินข้าวก่อนก็ได้จ้า
อีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามก็คือ การที่หนุ่มๆ สาวๆ ประโคมใช้ผลิตภัณฑ์หลายตัวจนทำให้กลิ่นกายตีกันมั่วซั่วไปหมด บังเกิดกลายเป็นกลิ่นใหม่ขึ้นมา หากลิ่นน้ำหอมที่แท้จริงไม่เจอ บางคนตอนเช้าตื่นขึ้นมาก็สระผมด้วยแชมพูกลิ่นหอมฟุ้ง ตามด้วยครีมนวดผม อาบน้ำด้วยเจลอาบน้ำอโรมาเทอรพี เสริมความชุ่มชื้นแก่ผิวด้วยโลชั่นทาผิวกลิ่นหอม สยบกลิ่นเต่าด้วยโรลออน หรือหนุ่มก็อาจปิดท้ายด้วยอาฟเตอร์เชฟ (After shave) หลังการโกนหนวด และอื่นๆ อีกมากมาย กลิ่นทั้งหลายจากกิจกรรมดังกล่าวก็ตีกันเป็นกลิ่นอะไรก็ไม่รู้ เลยไม่รู้เลยว่าน้ำหอมที่เราฉีดมากลิ่นมันเป็นอย่างไรกันแน่ ฉะนั้นถ้าเราต้องการให้กลิ่นน้ำหอมของเรามันโดดเด่นขึ้นมาก็ให้เรารู้จัก แบ่งขั้นตอน ในการใช้เครื่องประทินผิวให้ดีๆ มาปรับเปลี่ยนการใช้ผลิตภัณฑ์เสียใหม่ กลิ่นน้ำหอมจะได้ส่งกลิ่นอย่างคุ้มค่าเงินที่จ่ายไปหน่อย ก็คือให้เปลี่ยนมาใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีกลิ่นใกล้เคียงกับกลิ่นน้ำหอมกลิ่นโปรดของเราให้มากที่สุด
เราได้ทำความเข้าใจเรื่องที่ควรทำเวลาจะฉีดน้ำหอมกันแล้ว คราวนี้มาดูเรื่องที่ไม่ควรทำเวลาฉีดน้ำหอมกันบ้างดีกว่า
อย่าชโลมน้ำหอมลงบนเสื้อหรือเครื่องประดับต่างๆ โดยตรง เพราะน้ำหอมบางตัวทำให้เสื้อผ้าเป็นคราบเหลืองๆ หรืออาจทำให้เครื่องประดับหมองเป็นคราบได้ เสียดายข้าวของ ฉะนั้นจำไว้เสมอว่าให้ฉีดน้ำหอมที่ผิวกายเท่านั้นนะจ้ะ ไม่ใช่เสื้อผ้าหรือเครื่องประดับ
อย่าถูข้อมือเวลาฉีดน้ำหอมที่บริเวณดังกล่าว เพราะจะทำให้กลิ่นเปลี่ยนไปอย่างแรง
อย่าฉีดน้ำหอมบริเวณชีพจรทุกจุด แต่เราอาจเลือกที่จะฉีดเฉพาะจุด Madame Coco Chanel กล่าวว่า “ให้ฉีดน้ำหอมบริเวณที่เราอยากให้โดนจูจุ๊บ” เฮ้อ….แล้วแต่สาวๆ จะพิจารนาละกันนะจ้ะ เพราะมันกำก๊วมกำกวม อย่างนี้ถ้าเกิดอยากให้จูจ๊บที่ปากก็ไม่ต้องเอาน้ำหอมฉีดปากเลยเหรอเนี่ย งานนี้มีฉีดนอกเหนือชีพจรแน่ๆ เลยนะป้าว่า
อย่าสเปรย์น้ำหอมลงบนเรือนผมเด็ดขาด เพราะที่จะหอมมันจะกลับกลายเป็นเหม็นร้ายแรงได้ เนื่องจากผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมบางประเภทสามารถทำปฏิกิริยากับน้ำหอม ทำให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ร้ายแรงได้เชียวนะ ป้า Pimu ก็เคยอุตริฉีดน้ำหอมที่ผมเหมือนกันนะเนี่ย ไม่รู้ว่าป้าได้ทำร้ายใครไปบ้างอ้ะเปล่านะตอนนั้น
ถ้าเกิดว่าสาวๆ คนไหน ทำตามขั้นตอนการฉีดน้ำหอมที่ถูกต้องตามขั้นตอนแล้วแต่ก็ยังไม่ได้กลิ่นอย่างที่ใจต้องการ ก็อย่าไปฉีดซ้ำเป็นอันขาด นั่นอาจเป็นเพราะว่าต่อมรับกลิ่นของเราได้เคยชินกับน้ำหอมกลิ่นโปรดของเราแล้ว เลยทำให้เราไม่ได้กลิ่นว่ามันหอมฟุ้งอย่างใจต้องการ วิธีการแก้ไขก็คือ ให้ลองสลับสับเปลี่ยนไปใช้กลิ่นอื่นๆ บ้าง ต่อมรับกลิ่นจะได้ไม่เคยชินกับกลิ่นใดกลิ่นหนึ่งซะก่อน
ป้าก็หวังเป็นอย่างยิ่งนะจ้ะว่าสาวๆ จะมีความสนุกกับการใช้น้ำหอมที่สาวๆ ได้ลงทุนซื้อมาไว้ในครอบครอง จะได้เป็น “แม่สาวผู้มีกลิ่นดอกไม้จางๆ” ได้ทุกวัน ^^



















สาระดีมากๆ ครับ
ร่วมแสดงความคิดเห็น